แตกตื่นทั้งวัด เจ้าอาวาส พระ-เณรวัดไตรภูมิวนาราม อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 รูปทำวัดสวดมนต์เย็นภายในศาลาการเปรียญเสร็จเพียงไม่กี่นาที เกิดเสียงดังคล้ายหม้อแปลงระเบิดก่อนไฟลุกไหม้รุนแรง เผาศาลาการเปรียญที่สร้างมากว่า 10 ปี พระพุทธรูป เครื่องอัฐบริขารเสียหายร่วม 10 ล้าน ท่ามกลางความสะเทือนใจของ ปชช.ชาวพุทธที่มามุงดูและช่วยดับไฟ

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 12 ม.ค.61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญวัดไตรภูมิวนาราม ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จึงได้ประสานรถดับเพลิงมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน เทศบาลชุมเห็ด เทศบาลเมือง เทศบาลตำบลอิสาณ ร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเพลิงโหมลุกไหม้ศาลาการเปรียญอย่างรวดเร็วและรุนแรง เนื่องจากศาลาหลังดังกล่าวมีการประดับตกแต่งด้วยไม้สัก ไม้มะค่าเกือบทั้งหลัง ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถระงับเพลิงไว้ได้ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการอำนวยสะดวกรถดับเพลิง พร้อมปิดกั้นถนนเส้นทางหน้าวัดเพื่อให้รถดับเพลิงสามารถเข้ามายังจุดเกิดเหตุได้สะดวก ทั้งนี้หลังจากเพลิงสงบก็พบว่าศาลาการเปรียญถูกเพลิงเผาวอดเสียหายเกือบทั้งหลัง พระพุทธรูป 3 องค์ใหญ่ องค์รองอีก 3 องค์ และเครื่องอัฐบริขารอีกจำนวนมากก็ถูกเพลิงเผาเสียหาย ซึ่งเบื้องต้นทั้งศาลาและทรัพย์สินภายในคาดว่าเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชน และพุทธศาสนิกชนที่มามุงดู หลายคนก็ช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟด้วย

พระครูสมศักดิ์ จักกวโร เจ้าอาวาสวัดไตรภูมิวนาราม บอกว่า ศาลาการเปรียญดังกล่าวสร้างมากว่า 10 ปีแล้ว ศาลาการเปรียญดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของวัดเพราะกิจกรรมทุกอย่างก็จะทำภายในศาลาหลังนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถจะป้องกันได้ โดยเพลิงไหม้เกิดขึ้นรวดเร็วมากหลังจากพระ เณรทั้งหมด 12 รูป ทำวัดสวดมนต์เย็นและเดินออกจากศาลาการเปรียญได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงระเบิดจากนั้นไม่กี่นาทีก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถระงับเพลิงได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าตรวจสอบ เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการสอบถามสันนิษฐานว่าเบื้องต้นอาจจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามจะได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบเก็บหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้ง