นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการที่สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้จัดประชุมสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่...) พ.ศ. ...”เมื่อวันที่ 3-4 ก.พ.2561 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ประชุมได้มีการสรุปความเห็นต่อคำถามตามแบบสอบถามของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวม 10 ประเด็น ประกอบด้วย

1)ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อการกำหนดให้วาระของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นวาระเดียวกับสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มติที่ประชุม :เห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ เหตุผล เพื่อประหยัดงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง เพื่อมิให้เกิดการชิงความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบันและผู้สมัครรายใหม่

2)ท่านมีความเห็นอย่างไรหากกำหนดให้จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดน้อยกว่าสิบคน ให้มีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้บริหารท้องถิ่นอย่างเดียว
มติที่ประชุม : ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนที่รัฐธรรมนูญรับรองการมีสิทธิหนึ่งคนหนึ่งเสียง แต่ควรแก้ไขโดยให้ประชาชนในเขตนั้นไปใช้สิทธิรวมกับเขตอื่นที่มีพื้นที่ติดกัน หรือให้เสนอยุบเขตพื้นที่ไปรวมกับเขตหมู่บ้านในเขตเทศบาลหรือเขตหมู่บ้านในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียงแทน

3)ท่านมีความเห็นอย่างไรหากกำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงไม่เกิน ๒ คน ต่อหมู่บ้าน/ชุมชน และได้รับค่าตอบแทนไม่เกินจำนวนที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนด
มติที่ประชุม : เห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้สมัคร ป้องกันมิให้ผู้สมัครซื้อเสียงล่วงหน้าโดยลักษณะการจ้างผู้ช่วยหาเสียงเป็นจำนวนมาก

4)ท่านมีความเห็นอย่างไรหากกรณีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลาออกก่อนครบวาระ ห้ามมิให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหาร อนุมัติโครงการระหว่างเก้าสิบวันก่อนวันลาออก เว้นแต่โครงการดังกล่าวมีลักษณะเป็นการบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติสาธารณะ (มาตรา 57)
มติที่ประชุม : ไม่เห็นด้วย เนื่องจากได้กำหนดวาระของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีวาระเท่ากับสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดเรื่องนี้ไว้ และจะทำให้เกิดความยุ่งยากในแนวทางปฏิบัติและวินิจฉัย

5)ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อการกำหนดให้ผู้สมัครปิดโปสเตอร์หาเสียงได้เฉพาะป้ายกระดานหรือติดตั้งป้ายโฆษณาหาเสียงได้ในจัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
มติที่ประชุม : เห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียม และเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

6)ท่านมีความเห็นอย่างไรหากนำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งเป็นทางเลือกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยไม่บังคับให้ต้องนำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งใช้ทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเดียว
มติที่ประชุม : เห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่มีความพร้อม และให้เข้าสู่ยุคประเทศไทย 4.0 แต่ควรที่จะมีการจัดอบรม หรือสาธิตการลงคะแนนด้วยเครื่องอย่างกว้างขวางและทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ก่อนให้ประชาชนตัดสินใจเลือก

7)ท่านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านสังกัดอยู่นั้น มีความพร้อมหรือไม่ในการนำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
มติที่ประชุม : ไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากยังไม่เห็นเครื่องลงคะแนน แต่ควรจะมีการนำมาทดลองให้ประชาชนลงคะแนนอย่างทั่วถึง แล้วค่อยประเมินผลอีกครั้งหนึ่ง

8)ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อการกำหนดให้ผู้สมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นจะได้รับเลือกตั้งต่อเมื่อได้คะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นและมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด (Vote No)
มติที่ประชุม: เห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากการเป็นผู้แทนหรือตัวแทนของประชาชน ต้องได้รับคะแนนเสียงความไว้วางใจในระดับพอสมควร หากประชาชนไม่เลือกจึงไม่สมควรเป็นตัวแทนประชาชน

9)ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อการกำหนดให้เปิดการออกเสียงลงคะแนนตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 17.00 น.
มติที่ประชุม : ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเช้าและเย็นเกินไป เพราะต้องคำนึงถึงเขตเลือกตั้งที่อยู่ตามป่าเขา หรือบนพื้นที่ทุรกันดาร โดยเฉพาะฤดูฝนจะยากลำบากต่อการสัญจรและการขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง หรือผลคะแนน รวมทั้งจะมีผลกระทบต่อการนับคะแนนเลือกตั้ง แต่เห็นด้วยกับตัวร่าง (มาตรา 67) ที่กำหนดไว้แล้ว ในเวลา 08.00 น. ถึงเวลา 16.00 น. ที่ขยายเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมงจากกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

10)ท่านมีความเห็นอย่างไรที่ผู้สมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นสามารถโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ ได้
มติที่ประชุม : ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการยากต่อการควบคุมทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย และการทะเลาะวิวาทหรือเหตุรุนแรงที่อาจเกิดจากมหรสพ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ ในการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัคร

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีความเห็นความเห็นต่อประเด็นอื่นๆ ประกอบด้วย 1)คำนิยามคำว่า “หัวหน้าเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น” ควรให้หมายรวมครอบคลุมถึง ผู้ที่รักษาราชการแทนหัวหน้าเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย เนื่องจากมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ที่ไม่มีปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรองปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจมีปัญหาในตีความได้
2)เห็นด้วยกับการให้หัวหน้าเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น ดำรงตำแหน่งเพียง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ
3)ข้อสังเกตเกี่ยวกับจำนวนของกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรที่จะกำหนดให้เหมาะสมกับขนาดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น 5 คนสำหรับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร และเทศบาลเมือง สำหรับ เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล มีจำนวน 3 คนเหมาะสมแล้ว
4)ในมาตรา 28 ที่แก้ไขมาตรา 45 วรรคท้าย ที่กำหนดให้กรณีตาม (4) หากเป็นการอุปสมบทหรือบวชตามประเพณีนิยมทางศาสนา ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกินสิบห้าวัน มิให้ถือว่ามีลักษณะต้องห้ามตามอนุมาตรานี้ นั้น เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพียงแต่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า สามารถอุปสมบทหรือบวชได้กี่ครั้งในขณะดำรงตำแหน่ง หรือไม่กำหนดจำนวนครั้ง
+++++++++++++++++++++++++++++++