๐ ฝากชื่อไว้ให้กับแผ่นดิน

๐ ก. คนเราเกิด มาแล้ว ก็ตาย : ตัวตายแต่ ชื่อยังอยู่ “หากทำดีทำเพื่อแผ่นดิน ชื่อยังอยู่คู่แผ่นดิน”

1. ปู่จิ๊บ จำความได้ “ ในช่วงวัยเด็ก “ พ่อแม่และครู จะสอนให้ เป็นคนกตัญญู ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด”จำได้ ท่องได้ และเข้าใจบ้าง ในระดับหนึ่ง ที่ดู ยังคงผิวเผิน ล่องลอยอยู่ในความคิดความทรงจำแต่ยัง ไม่ ตกผลึก เป็นความทรงจำอันถาวร ที่จะติดตัวเราไปจนตาย

2.เมื่อเติบโตขึ้น จากโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง นั่งรถไฟไทย มาเรียนต่อที่ โรงเรียนเตรียมอุดมพญาไท กทม.ได้เรียน และรับรู้มากขึ้น ถึง “ ความหมายของชีวิต “ เกี่ยวกับ ความตายที่ยังคงอยู่ หากทำดีให้สังคมคนในรุ่นใกล้ๆกัน คงจำบทกลอนนี้ได้ :

“พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
ความดีก็ปรากฏ กิติยศฤาชา ความชั่วก็นินทา ทุรยศยินขจร
(สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส : กฤษณาสอนน้องคำฉันท์)
ความหมาย ของ ศัพท์
พฤษภ = วัว กาสร = ควาย กุญชร = ช้าง ปลดปลง = ตาย โท = สอง ทนต์ = ฟัน
เสน่ง = เขา นรชาติ = มนุษย์ วางวาย = ตาย มลาย = นี้ไป อินทรีย์ = ร่างกาย สถิต = คงอยู่
ประดับ = ตกแต่ง โลกา = โลก
คือ วัวควายและช้าง เมื่อตายลงแล้วมีฟันและเขาทั้งสองข้างเหลืออยู่ส่วนมนุษย์
เมื่อตายทุกสิ่งในร่างกายสิ้นไปคงเหลือแต่ความชั่ว หรือความดี คงอยู่ในโลก

3.จากนั้น ก็ปีนข้ามรั้ว ตอ. 2508 มาเป็นน้องใหม่ วิศวฯจุฬา 2510ทำกิจกรรมมากมาย ทั้งในคณะวิศวฯ ออกมา ยัง สโมสรนิสิตจุฬาฯ และการออกค่ายอาสาสมัครฯเป็นการค่อยๆเติบโตทางความรับรู้ สู่สังคมที่กว้างขึ้น ทีละเล็กละน้อย เป็นขั้นบันได มิก้าวกระโดด

วิศวฯจุฬาฯ สอนให้เป็น “ แมน “ ที่ใจใหญ่ มีสปิริตมีน้ำใจ และเป็นผู้ให้ ผู้เสียสละ

จุฬาฯ ให้เพื่อนใหม่ต่างคณะ ที่สวยน่ารัก หล่อเหลา น้ำใจงาม ………

ปี 2512 เป็นตัวแทนคณะวิศวฯ ออกมาร่วมกิจกรรมกับ จุฬาฯ หลายเรื่อง แต่ที่น่าสนใจ มี 2 เรื่อง

หนึ่ง. ออกตระเวนจำหน่าย “ดอกป๊อบปิ้น “ สีแดง หาทุนช่วยทหารฝ่านศึก ที่นำโดย ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจรภรรยาท่านนายกรัฐมนตรี จอมพลถนอม กิตติขจร ( ในยุคนั้น ) , ปู่จิ๊บ พาน้องใหม่ ครุศาสตร์ ไปแถวสีลมและเลยไปถึงถนนตก เข้าออกตามห้างร้าน และโรงงานต่างๆ ขายได้ไม่น้อย , ได้เห็นคนงานมากมายฯ

สอง. สังเกตการณ์เลือกตั้งทั่วไป ปี2512 ในนามของกลุ่มอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้งปู่จิ๊บ พาน้องๆไปหลายแห่ง
โดยเฉพาะแถวค่ายทหารเกียกกาย จึงได้เห็นของดีๆ “ ทหารเดินเวียนเทียน”มามากมาย บางหน่วยเลือกตั้ง มีการติติงกล่าวว่า “ จึงมีแรงเสียดโต้กลับ “ เขย่าประรัมลงคะแนน ฯปี2512 ปู่จิ๊บ ออกค่านอาสาสมัครจุฬาฯในจังหวัดอีสาน และค่ายนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิมที่ นราธิวาสจึงเห็นแผ่นดินไทยที่เป็นจริง ชาวบ้านยากจน เกรงใจข้าราชการ ส่วนนราธิวาส ไทยพุทธไทยมุสลิมมีช่องว่าง

4.ปู่จิ๊บ หลงใหลได้ปลื้ม ได้เพื่อนหากหลายคณะ จนได้รับเลือกตั้งเป็นอุปนายกสจม.คนที่หนึ่ง ปี 2514แต่ทำงานในฐานะนายกสจม.รักษาการณ์ เกือบทั้งปี เพราะนายกตัวจริง คือ “ พี่ฉายศิลป์ เชี่ยวชาญพิพัฒน์”ต้องไปดูงาน “ ผู้นำนักศึกษา ที่อเมริกา “ สองเดือนเศษ และกลับมา สอบซ่อม ไม่ผ่าน ต้อง รีไทน์ไปพิรุณ ฉัตรวานิชกุล ที่สอบตก ได้ที่สอง จึงถูกเลื่อนขึ้นมาแทน แต่อยู่ได้ช่วงสั้นๆ เพราะแพ้ประชามติจุฬาฯคณะกรรมการสโมสรนิสิตจุฬาฯ จึงลงมติให้ “ นายชัยวัฒน์ สุรวิชัย “ มาเป็นนายกสโมสรจุฬาฯ แทนทำงานทั้งปี โดยแทบไม่ได้เรียน สิงสถิตนอนอยู่ที่ “ ตึกจักรพงษ์ “ แต่ได้อะไรคุ้มค่าชีวิต เอาที่สำคัญๆจัดประชุมนายกองค์กรนิสิตนักศึกษาทุกสถาบัน ประท้วงนักศึกษามาเลเซียเหยียบธงชาติไทย ฯได้เข้าเฝ้าเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ และร่วมโต๊ะเสวยกับ ควีนอลิธซาเบ็ทและดยุกแห่งอังกฤษ เสด็จจุฬาฯ , ต้อนรับสมเด็จย่าที่เสด็จมาจุฬาฯ ได้ร่วมกับ ผู้แทนคณะสัตว์แพทย์จุฬาฯ “ พี่พงษ์ศักดิ์ “ เรียกร้องให้ ครม.” ยกเลิก “ มติยุบคณะสัตว์แพทย์จุฬาฯโดยให้ไปรวมกับคณะสัตว์แพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “ ได้สำเร็จ โดยเดินทางไปพบและชี้แจงเหตุผลต่อจอมพลประภาสจารุเสถียรฯ ( อดีตอธิการบดีจุฬาฯ) จนทำให้ “ คณะสัตว์แพทย์จุฬาฯ ยังคงอยู่มาทุกวันนี้ การนำคณะกรรมการสโมสรฯ ไปพบอธิการบดีจุฬาฯ ( ศ.อรุณ สรเทศน์ ) เรื่องการรัฐประหารตนเองของจอมพลถนอม กิตติขจร ( 17 พฤศจิกายน 2514 )

5.เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ประวัติการลุกขึ้นสู้ของนิสิตนักศึกษาประชาชน ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยตอนเป็น “ ข้าราชการ กทม. ที่พิมพ์นามบัตรว่า “ นายชัยวัฒน์ สุรวิชัย ข้าราชการของประชาชน “ได้ร่วมกับ อ.ธีรยุทธ บุญมีและเพื่อนๆอาจารย์ นักวิชาการ ผู้นำนักศึกษา นักธุรกิจ สื่อ และนักการเมืองฯลฯตั้ง “ กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ “ ลงชื่อกัน 100 คน และเตรียมเปิดอบรมแก่ผู้สนใจในเรื่องรัฐธรรมนูญแต่แล้ว ขณะเดินแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ก็ถูกจับ และถูกนำไปคุมขังที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนฯมีข้อหาใหญ่ “ มั่วสุมทางการเมืองฯ เป็นกบฏภายในราชอาณาจักรฯ มีการกระทำอันเป็นคอมฯ ในวันที่ 6 ตุลา 16จึงได้มีโอกาสลิ้มรส การเป็นนักโทษทางการเมือง ครั้งแรกในชีวิต เจอ นักโทษไทย จีน เวียดนาม อินเดีย บังคาเทศฯแต่ประชามหาชนนักศึกษาประชาชน ที่นำโดยศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ( ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงค์)นำประชาชนร่วมกับผู้นำนักศึกษาฯ เรือนแสน ในวันที่ 13 ตุลาคม และได้ชัยชนะในวันที่ 14 -15 ตุลาคมฯ

6.ปู่จิ๊บและเพื่อนอีก 12 คน ได้รับการปล่อยตัว และได้มาร่วมในเหตุการณ์หลังจากนั้นฯร่วมก่อตั้ง พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ปี 2517 หลังจากก่อตั้ง “ กลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตย “ (ปช.ปช )พสท. เป็นพรรคการเมืองเชิงอุดมคติ เอาจริงแนวแน่ เพื่อแก้ทุกข์ให้ประชาชน คืนสุขให้แผ่นดินออกเผยแพร่แนวความคิดสังคมนิยม “ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน“ ไปทั่ว จนได้ สส. 15 คน ในการเลือกตั้ง 2518โดยปู่จิ๊บ ทำหน้าที่เป็นกรรมการบริหาร และต่อมา ได้รับเลือกเป็น “ รองเลขาธิการพรรค “แต่ การรุกใหญ่ตีโต้กระแสกลับ ของกลุ่มอนุรักษ์ และความด้อยประสบการณ์ของเรา จึงเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา19 ธีรยุทธ บุญมี ประสาร มฤคพิทักษ์ วิสา คัญทัพ มวลชล สุขแสง ชัยวัฒน์ สุรวิชัย เดินทางสู่ชนบท 7 สิงหา 2519

7.เก็บดินไทย ไปเป็นกำลังใจในสำนักแนวร่วมฯที่อยู่ฝั่งลาว และ”กราบแผ่นดินไทย “ เมื่อย้อนกลับมาสู้ในไทยเรื่องราวที่ดุเดือดเข้มข้น ที่ใช้ชีวิตเลือดเนื้อเป้นเดิมพัน ฟันฝ่าอุปสรรคที่หนักฮึ้งที่สุดในชีวิตการเข้าศึกษาแนวทางนโยบายพรรคตอมมิวินสต์ 10 ประการ การฝึกซ้อมอาวุธ ฝึกกายให้เข้มแข็งพร้อมต่อสู้เดินทางไกล จากที่ราบสู่ภู ลงลำธาร เหว และขึ้นไปสู่ภูที่สูงกว่า เหนื่อยนัก พักก่อน แล้วเดินต่อไปมาหยุดนอนพักในป่าบนเขา บนเนินทุ่งหญ้าริมป่า ด้วย “ เป้แห่งชีวิต “ ใบเดียว มีเปล มุ้ง เสื้อผ้า ตำรา หยุกยาและอาวุธ ฝ่าดงหญ้า ดงหนามแมลง และสัตว์นานาชนิด ที่ต้องเน้น คือ “ ยุง ( ไข้มาเลเรีย) ทาก ( ดูเลือด) “ไข้มาเลเรีย ไข้ป่า ไข้จับสั่น เป็นของคู่กับ ” นักศึกษา ประชาชน แนวร่วมฯ รวมทั้ง ปู่จิ๊บ “เป็นครั้งหนึ่งหลายเดือนตัวผอม ซีด ไม่มีเรี่ยวมีแรง ต้องนอนพัก และนอน และต้องโดนฉีดยาเข้าเส้น แขนซ้ายขวามีรอยเข็มพรุนไปหมดส่วนเจ้าทากก็ไม่เบา อย่างกับมีเข็มทิศ เจาะ เกาะ ดูดเลือด ผู้คน “ ที่คอ แขน ขา และที่ เท้า (ทั้งที่มีรองเท้าสวม)”ต้องหลบหลีก เดินหนี โดยเร็ว “ กองกำลังทหารบ้าน ตำรวจฯ ทหารรัฐบาล “ และหลบ “ ระเบิด “ จากเครื่องบิน ฯ @เข้าสู่ประเด็น “ เก็บดินไทย “ & “กราบแผ่นดินไทย “ ของ “ปู่จิ๊บ“ สหายสุข ชมจันทร์ Happy See Moon “ เก็บดินไทย “ : เกิดขึ้น บนช่วงรอยต่อ ก่อนจะจากเมืองไทย ไปสู่ แดนลาว ปู่จิ๊บ บรรจงเก็บดินไทย จำนวนไม่มาก เท่า “ ความรู้สึกที่มากล้นเต็มเปียม “ เพราะ “รู้ว่า สงครามนี้นานแน่ ““กราบแผ่นดินไทย “ เกิดขึ้น โดยอัตโนมัติ ทันที่ ที่”ทัพแนวร่วมฯเดินเข้าไทย “ ปู่จิ๊บ ก้มลง “กราบแผ่นดินไทย” ด้วย 2 ความรู้สึกใหญ่ คือ 1.) ขอบคุณที่คุ้มครองให้รอดมา และ 2.) ขอแผ่นดินไทยช่วยปกป้องรักษา ให้สู้ต่อไป

8.ปู่จิ๊บ และมิตรสหายบนเส้นทางการต่อสู้ มิได้โดดเดี่ยว มีเพื่อนผู้รักชาติศาสน์กษัตริย์มากมาย ที่คิดร่วมกันจึง ขอยก และนำเพลง “ กราบแผ่นดิน “ และ “ ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา “ มาให้ ผู้อ่าน ร่วมพิจารณาใคร ใคร่ร้อง ร้อง ได้ตามสบาย หรือ จะ” ฮัม “ ตาม ก้ได้น่ะครับ ให้อารมณ์ความรู้สึก ที่ลึกซึ้งมาก

๐ เนื้อเพลง “กราบแผ่นดิน” ศิลปิน พงษ์สิทธิ์ คำภีร์
บ้านเราเป็นอย่างไร บ้างหนอ แม่กับพ่อคงรอ ลูกชาย
ทุกวันอยู่กับความหวัง คิดถึงคนไกล
เหนื่อยไหม ปลอดภัย ก็พอ นาจะมีใครช่วยหว่านไถ
วันและวัยจะไหวไหมพ่อ แม่ก็แก่ชรา เหนื่อยล้ามามากพอ
ได้แต่รอ ลูกกลับมา ออกจากบ้านไปนาน
ไปอยู่ด้ามขวาน ไปเพื่อการรับใช้แผ่นดิน
คิดถึงบ้านเพียงไร ตัดใจให้สิ้น กราบแผ่นดิน ส่งใจ ไปบ้านเรา
นาจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ นาจะมีใครช่วยหว่านไถ่
วันและวัยจะไหวไหมพ่อ แม่ก็แก่ชรา เหนื่อยล้ามามากพอ
ได้แต่รอ ลูกกลับมา ออกจากบ้านไปนาน
ไปอยู่ด้ามขวาน ไปเพื่อการรับใช้แผ่นดิน
คิดถึงบ้านเพียงไร ตัดใจให้สิ้น กราบแผ่นดิน ส่งใจ ไปบ้านเรา
วันหนึ่งคงได้อยู่ร่วมกัน ดังคืนวันเนิ่นนานผ่านมา
ลูกอยู่กับความหวัง ไม่นานข้างหน้า จะกลับมา
กราบเท้าแม่พ่อ ลูกอยู่กับความหวัง
ไม่นานข้างหน้า จะกลับมา กราบเท้าแม่พ่อ

๐ กราบในหลวงภูมิพล รัชกาลที่ 9 สำหรับคนไทย คือ กราบแผ่นดิน
เนื้อเพลง ภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา
ศิลปิน รวมศิลปิน
คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร, อาจินต์ ปัญจพรรค์, สุรพล โทณะวณิก, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ
ทำนอง สง่า อารัมภีร์, นคร ถนอมทรัพย์, แมนรัตน์ ศรีกรานนท์, ประสิทธิ์ พะยอมยงค์
เรียบเรียงเสียงประสาน ประสิทธิ์ พยอมยงค์, กิตติ ศรีเปารยะ
บุญของแผ่นดินไทย พ่อหลวงบันดาลให้ ที่ในยุ้งฉางมีข้าว น้ำรินดินดีใครเล่า
ทุกข์ใดเหินไปบรรเทา ด้วยพระบาท เกือบศตวรรษ ธ นำไทยทั้งชาติ พ้นภัย
แผ่นดินถิ่นเมืองทอง ผ่านพ้นโพยภัยเนืองนอง พระทรงคุ้มครองไทยไว้
ธ เป็นพลังแผ่นดิน สมานพลังชีวินของชนชาวไทย
อุ่นใจไพร่ฟ้า พระบุญญาเกริกไกร ภูมิพลมหาราชา
อ้าองค์สุริย์ศรี มีธรรมส่อง ปกครองอย่างทรงพระเมตตา
ดุจบิดรเหล่าประชา ทุกข์ร้อนใดใดกรายมา โอ้ฟ้าเป็นดั่งฝนดับไฟ
ภูมิใจไทย ร่วมร้อยหัวใจร่วมใฝ่ร่วมหวัง ภูมิพลัง แผ่นดินถิ่นนี้ยิ่งใหญ่
ภูมิประวัติ ประชาชาติภูมิไผท ภาคภูมิประชาชัย ภูมิพลังแผ่นดิน
เทิดไท้ นบน้อมเทิดทูน ธ เหนือเกล้า สราญนานเนา หทัยสุขล้ำสมจินต์
เพริศแพร้วพิพัฒน์ เภทภัยพ่ายแพ้สิ้น นวมินทร์มหาราชา ภูมิพล
อ้าองค์สุริย์ศรี มีธรรมส่อง ปกครองอย่างทรงพระเมตตา ดุจบิดรเหล่าประชา
ทุกข์ร้อนใดใดกรายมา โอ้ฟ้าเป็นดั่งฝนดับไฟ
ภูมิใจไทย ร่วมร้อยหัวใจร่วมใฝ่ร่วมหวัง ภูมิพลัง แผ่นดินถิ่นนี้ยิ่งใหญ่
ภูมิประวัติ ประชาชาติภูมิไผท ภาคภูมิประชาชัย ภูมิพลังแผ่นดิน
เทิดไท้ นบน้อมเทิดทูน ธ เหนือเกล้า สราญนานเนา หทัยสุขล้ำสมจินต์
เพริศแพร้วพิพัฒน์ เภทภัยพ่ายแพ้สิ้น นวมินทร์มหาราชา ภูมิพล

ถอดคำร้องโดย สยามโซน.คอม https://www.siamzone.com/music/thailyric/11842