ทองแถม นาถจำนง

ใน “สยามรัฐ” ฉบับปฐมฤกษ์ ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนปณิธานของ “สยามรัฐ” ซึ่ง เราชาวสยามรัฐรักษาปณิธานนั้นสืบมาตลอด

เรื่องสำคัญที่สุดคือ “สยามรัฐยึดถือประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชนผู้อยู่บนแผ่นดินนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

หนังสือพิมพ์สยามรัฐมิได้ตั้งขึ้นมาเชียร์ใคร หรือต่อต้านใครเป็นการเฉพาะ เราจึงมีคำขวัญว่า “พึงชมคนที่ควรชม พึงข่มคนที่ควรข่ม”

และ มร.ว คึกฤทธิ์ ยังสั่งสอน ตักเตือน “ชาวสยามรัฐ” เสมอมา อย่างเช่นท่านสอนว่า “คุณสมบัติของผู้ทำงานสื่อมวลชนข้อหนึ่งคือ ต้องมีวิจารณะ”

“วิจารณะ” หมายถึงจำแนกแยกผิดแยกผิด-ถูก ชั่ว-ดีได้ชัดแจ้ง และเลือกสิ่งที่ถูก เมื่อผู้ทำงานสื่อฯมีวิจารณะ “สื่อ”ที่ทำออกมาจึงจะมีคุณประโยชน์ เป็นสิ่ง “ดี” ไม่ใช่สิ่งที่มีพิษ

สังคมพูดถึงเรื่องการปฏิรูปสื่อมวลชนกันมาก เพราะสังคมทุกวันนี้ใช้เสรีภาพกันอย่างเต็มที่ แต่กลับนึกถึงหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างไม่เต็มที่

เสรีภาพของสื่อฯ อันเป็น “สิทธิ” ที่ไม่อาจล่วงละเมิดนั้น ต้องคู่กับ “หน้าที่” ความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง

“เสรีภาพ” นั้นเป็นคำกลาง ๆ คือเสรีภาพนั้นนำไปสู่ทางดีก็ได้ นำไปสู่ทางชั่วก็ได้

หากปล่อยเสรีภาพตามกิเลสตัณหากันอย่างเต็มที่ไม่มีศีลธรรมกำกับ สังคมมีเสรีภาพ แต่ก็จะวุ่นวายเดือดร้อนเกิดทุกข์หนัก เพราะมีเสรีที่จะทำชั่ว

สังคมต้องมีเสรีภาพ แต่เป็นเสรีภาพที่มีศีลธรรมกำกับ

สื่อมวลชนต้องมีเสรีภาพ แต่ก็ต้องเป็นเสรีภาพที่มีศีลธรรมกำกับด้วยเช่นกัน

การจะมีศีลธรรมกำกับ ก็ไม่มีหนทางใดดีไปกว่า การกำกับด้วยตัวเอง เพราะจะใช้องค์กรใดมากำกับ ก็มีปัญหาเสมอ

จะให้รัฐกำกับมาก ก็ง่ายที่จะเอียงไปทางเผด็จการจำกัดเสรีภาพ

จะให้องค์กรกลางของสื่อมวลชนกำกับกันเอง ก็ไม่มีผล เพราะองค์กรกลางต่าง ๆ ไม่มีอำนาจ

พลังสำคัญที่จะควบคุมสื่อมวลชน จึงคือผู้เสพสื่อฯนั่นเอง ถ้าไม่มีมวลชนต้อนรับสื่อฯนั้น สื่อนั้น ๆ ก็ดำรงอยู่ลำบาก

การปฏิรูปสื่อฯ จึงจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพทั้งคนทำสื่อและคนเสพสื่อ

ทุกวันนี้นักวิชาการมักจะมองคำว่า “เซนเซอร์ตัวเอง” ไปในทางเลวร้าย คำ “เซนเซอร์ตัวเอง” นั้นตัวศัพท์อาจจะไม่เหมาะ มีนัยไปในทางลบเพราะไปใช้คำฝรั่ง ถ้าใช้คำไทยว่า “เสรีภาพบนความรับผิดชอบ” จะดูดีกว่ามาก

เสรีภาพนั้นไม่ใช่เสรีที่จะทำตามกิเลส ถ้าคนเรามีเสรีภาพจะทำอะไรก็ได้ตามกิเลสของตนแล้ว สังคมมนุษย์ตั้งอยู่ไม่ได้แน่ สิ่งที่คู่กับ “เสรีภาพ” คือการยอมสละ “เสรีภาพตามธรรมชาติ” บางประการ เช่น เสรีภาพตามธรรมชาติข้อสำคัญคือ ใครแข็งแรง ใครเก่ง จเป็นฝ่ายชนะ เป็นผู้คุมอำนาจ โดยไม่เลือกว่าคน ๆ นั้นจะมีคุณธรรมหรือไม่

เสรีภาพในสังคมประชาธิปไตย เริ่มต้นจากการเสียสละเสรีภาพบางส่วนของมนุษย์ ถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็จะเกิดภาวะใช้เสรีภาพเกินขอบเขต ทำให้สังคมปั่นป่วนเสื่อมสลาย เสรีภาพของสื่อมวลชน มีจรรยาบรรณกำกับก็จริง แต่การกำกับควบคุมของจรรยาบรรณนั้น มันกว้าง และหลวมมาก ประเด็นนี้สำคัญที่ระดับ “จิตสำนึก” ของสื่อมวลชนแต่ละคน