เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่รัฐสภา นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งกมธ.ร่วมในสัดส่วนกรธ.ในร่าง พ.ร.ป.ส.ว. ประกอบด้วย พล.อ.อัฎพร เจริญพาณิชย์ , นายภัทระ คำพิทักษ์, ศุภชัย เยาวประภาษ , นายธนาวัฒน์ สังข์ทองและนายนรชิต สิงหเสนี และกมธ.ชุดของร่าง พ.ร.ป.ส.ว. ประกอบด้วยนายอัชพร จารุจินดา, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, นายปกรณ์ นิลประพันธ์, นายอภิชาต สุขัคคานนท และตน ทั้งนี้ใน วันที่ 15 ก.พ. ในการประชุมสนช.ในวันที่ 15 ก.พ.และจะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 15 วันนับจากวันที่ตั้งกมธ.ทั้งนี้เชื่อว่ากมธ.จะมีการหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน

นายอุดม ยังกล่าวถึงรายละเอียดการทำความเห็นโต้แย้งต่อเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน 4 ประเด็นว่า ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือ 1.การตัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้ตัดสิทธิเฉพาะตัว แต่จำกัดโอกาสบุคคลที่จะเข้ารับหน้าที่เป็นข้าราชการการเมือง 2.การจัดให้มีมหรสพหรืองานรื่นเริงต่าง ๆ ไม่ควรสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ไม่ใช่การนำเสนอเนื้อหาทาการเมืองนำเสนอต่อสังคม 3.การขยายระยะเวลาการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ถือเป็นประเด็นที่กระทบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แม้กรธ.ขยายจากเดิม 08.00-16.00 น. กรณีที่ขยายจาก 07.00-17.00 น. จะกระทบต่อความเรียบร้อยการดำเนินการเลือกตั้งรวมถึงความสุจริตเที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งแต่ละภูมิประเทศของพื้นที่บางแห่งมีความเสี่ยงและมีความอันตราย โดยเฉพาะพื้นที่เคลื่อนไหวก่อการร้ายและเสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อย และ 4. ให้บุคคลอื่นหรือเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง ช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่สามารถกระทำด้วยตนเอง เพราะพิการ หรือทุพพลภาพ ถือว่าไม่ใช่การออกเสียงโดยตรงและลับ เพราะมีผู้อื่นล่วงรู้และกระทำการแทน ดังนั้น กกต. ต้องหาวิธี หรือเครื่องมือให้บุคคลที่ลงคะแนนเองไม่ได้ สามารถทำได้เอง เป็นปัญหาเชิงเทคนิค และการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้นคงไม่ยากที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นและทำให้เกิดข้อยุติ

นายอุดม กล่าวต่อว่า สำหรับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กรธ.มีมติโต้แย้ง 3 ประเด็นที่โต้แย้ง คือ 1.การแบ่งกลุ่ม ส.ว. เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้ ส.ว. เป็นสภาของพลเมืองเป็นตัวแทนของทุกภาคส่วน การจำกัดโดยรวบกลุ่มอาชีพถือว่าไม่ตรงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้กรธ. มองว่าการเลือก ส.ว.เปิดโอกาสให้กับประชาชน ส.ว.ไม่ใช่แค่สภาผู้ทรงคุณวุฒิ หรือสภาพี่เลี้ยงเหมือน ส.ว.ในอดีต 2.การแบ่งประเภทผู้สมัครทั้งสมัครอิสระ และผ่านการคัดกรองขององค์กร เจตนารมณ์กรธ.ต้องการให้บุคคลสมัครได้โดยสร้างวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด และ 3.ยกเลิกวิธีเลือกแบบไขว้กลุ่ม เท่ากับการลดมาตรการป้องกันการสมยอม นอกจากนั้นยังไม่มีมาตรการใดที่ป้องกันการสมยอมกันได้ กรธ. จึงเห็นว่าไม่สมควร