“บุ่นเล้ง”ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง งัดกลยุธ์ “ป่าล้อมเมือง” เน้นลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน จับเข่าพูดคุยรับฟังความเดือดร้อน
นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เบอร์ 1ทีมกิจปวงชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาการหาเสียงของตนเป็นไปตามปกติ โดยจะเน้นเดินเคาะประตูพบปะพูดคุยกับชาวบ้านและบอกทราบถึงความตั้งใจในการเข้ามาอาสาเข้ามารับใช้สังคมท้องถิ่นจังหวัดตรัง โดยตนอายุ 66 ปี เวลาที่เหลือจึงขออาสาเข้ามารับใช้สังคมบ้านเกิด และบอกชาวบ้านว่าตนมีความพร้อมที่จะให้ชาวบ้านพิจารณาด้วยการเลือกเข้าไปนั่งในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ซึ่งตนมีความพร้อมและทำได้ ตนหาเสียงแบบนี้มาโดยตลอดและก็ได้รับการตอบรับจากชาวบ้านอย่างอบอุ่นและดีมาก
นายบุ่งเล้ง กล่าวอีกว่า หลังจากที่สมัครรับเลือกตั้งแล้วเสร็จมีการกำหนดแนวทางการหาเสียงเน้นเดินเคาะประตูบ้านนั่งพูดคุยซึ่งถือเป็นการหาเสียงที่เดินมาถูกทาง อย่างไรก็ตามเนื่องจากจังหวัดตรังมีพื้นที่กว้างมาก การหาเสียงทางครอบครัวจะเข้ามามีส่วนร่วมซึ่งเป็นที่ทราบของคนทั่วไปว่าถ้ากิจกรรมทางการเมืองสมาชิกในตระกูลลงและเป็นมติของสมาชิกในครอบครัวจะช่วยเหลือกัน ซึ่งในครั้งนี้ก็เหมือนกัน 8 คนพี่น้องจะดูแลกัน การหาเสียงของตนในครั้งนี้จะหาเสียงแยกเป็น 3 สาย โดยตนกับพรรคพวก 1สาย ภรรยาและทีมงานที่อาสามาช่วย 1สาย และชุดลูกๆอีก1ชุดรวมเป็น 3 ชุด มีการวางแผนหาเสียงแยกย้ายกันไปตระเวนหาเสียงทุกวัน จนถึงวันนี้ครอบคลุมพื้นที่ไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ๆเหลือคงจะหมดก่อนวันเลือกตั้ง แนวทางนี้ถือว่าดีแล้วเพราะได้รับทราบและรับฟังปัญหาของชาวบ้านไปพร้อมๆกันด้วย จะได้รู้ว่าความต้องการของชาวบ้านแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ด้วยอุปนิสัยของตนเป็นคนจริงพูดคำไหนเป็นคำนั้น ทำได้ก็บอกว่าทำได้ ทำไม่ได้ก็บอกว่าทำไม่ได้
“เท่าที่ผมลงพื้นที่หาเสียงไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่นั้นชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะแก่งในพื้นที่ อ.ปะเหลียน อ.สิเกา อ.กันตัง อ.หาดสำราญ จะสะท้อนปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ซึ่งตนเองก็เรียนว่าแก้ไขไม่ยากพร้อมจะเข้าดูแล โดยเฉพาะชาวบ้านพื้นที่เกาะลิบง เกาะสุกร โดยที่เกาะสุกรชาวบ้านต้องการโป๊ะท่าเทียบเรือเพื่อสะดวกในการขึ้นและลงเรือขณะน้ำขึ้นและลด ปัญหานี้ก็แก้ไขได้ ส่วนเกาะลิบงที่ท่าเทียบเรือมีปัญหาผู้รับเหมาก่อสร้างไม่เสร็จและทิ้งงานไป ซึ่งมีการประการจัดซื้อจัดจ้างใหม่แต่ก็มีการทิ้งงานอีก แต่ขณะนี้ทราบว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองจัดสรรงบประมาณเท่าที่ทราบประมาณ 9 ล้านบาทจะมีการจัดประมูลก่อสร้างใหม่ และคิดว่าผู้รับจ้างคงจะทำได้เพื่อให้ท่าเทียบเรือแห่งนี้แล้วเสร็จจะได้เป็นประโยชน์กับชาวบ้านรวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย” นายบุ่นเล้ง กล่าว
นายบุ่นเล้ง กล่าวอีกว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงนั้นตามแผนพื้นที่รอบนอกเดินทั่วถึงแล้ว ต่อไปจะลงในเขตตัวเมือง ทั้ง เทศบาลนครตรัง ใช้เวลา 2 วัน เทศบาลตำบลย่านตาขาว เทศบาลตำบลห้วยยอด เทศบาลตำบลนาโยง เทศบาลตำบลปะเหลียน ไปพร้อมๆกับรณรงค์ให้พ่อแม่พี่น้องออกมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ในวันที่20 ธันวาคม2563 ให้มากที่สุด ตนเองยังมีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวจังหวัดตรัง เหตุผลเท่าที่พบปะและสัมผัสชาวบ้านให้การยอมรับและมั่นใจในตัวตนเป็นอย่างมาก สำหรับกระแสการซื้อเสียงนั้นรับทราบมาเหมือนกันแต่ตนคิดว่าพี่น้องชาวตรังฉลาด รู้ว่าคนซื้อเสียงเข้าไปแล้วจะเข้าไปถอนทุน ชาวบ้านเองก็ทราบว่าเงิน 500หรือ 1,000บาทไม่มีความจำเป็นหากได้มาอย่างผิดที่ผิดทาง สำหรับชาวบ้านๆรู้จริงๆ ส่วนตัวของตนรับรองว่าไม่มีอย่างเด็ดขาด เพราะตนมีความพร้อมทุกๆด้านในอันที่จะเข้ามาช่วยเหลือสังคม ทั้งฐานะทางครอบครัว คุณวุฒิและวัยวุฒิ ที่ต้องการช่วงชีวิตที่เหลือเข้ามารับใช้และช่วยเหลือจังหวัดตรังบ้านเกิด
+++++++++++++++