โค้งสุดท้าย เลือกตั้งเทศบาลนครโคราช วัดบารมี 4 ผู้สมัครนายกฯ ใครจะได้บริหารงบ 1,600 ล้าน
สนามเลือกตั้งเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา กลับมาคึกคักภายหลังเป็นที่ยืนยันแน่นอนและมิใช่นิทานอีสปเหมือนปี 2555 นายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายกเทศมนตรีหลายสมัยและหัวหน้ากลุ่มประสานมิตรพัฒนา ได้เว้นวรรคการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากต้องดูแลสุขภาพ “เจ้เกียว” นางสุจินดา เชิดชัย ผู้เป็นแม่วัย 83 ปี และบริหารธุรกิจอู่ต่อรถโดยสารของครอบครัว ท่ามกลางกระแสข่าวที่ไม่มีมูลชัดเจน ระบุมีปัญหากับพี่ชาย นายอัสนี เชิดชัย และเงื่อนไขทางการเมืองกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ปรากฏได้รับความสนใจจากกลุ่มการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นรวมทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่ แต่ความชัดเจนก่อนถึงวันรับสมัครเลือกตั้งไม่ถึง 10 วัน และโจทย์สำคัญต้องวางแผนหาเสียงให้ครอบคลุม 91 ชุมชน พื้นที่ 37.5 ตารางกิโลเมตร เพื่อโน้มน้าวให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 96,872 คน เลือกเข้าไปบริหารจัดการ ทน. นครราชสีมา เพื่อดูแลงบบริหารจัดการต่อปี 1,600 ล้านบาท มากที่สุดในบรรดาเทศบาลของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นอันดับ 7 ของประเทศไทย ถือเป็นโจทย์ที่ยากเสมือนเข็นครกขึ้นเขาจึงต้องสละสิทธิ์อย่างน่าเสียดาย
โดยมีผู้สมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีดังนี้ เบอร์ 1 นายอัคคชา หรือ “หน่อง” พรหมสูตร อดีตผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง หัวหน้ากลุ่มโคราชมหานคร ส่วนผู้สมัครสมาชิกสภา (สท.) ส่วนหนึ่งเป็นอดีต สท.กลุ่มประสานมิตรพัฒนาและประธานชุมชน
เบอร์ 2 นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ศิษย์ก้นกุฏินายสุวัจน์ ประธานที่ปรึกษา ชพน. ผู้สมัคร สท. ส่วนหนึ่งเป็นอดีต สท.กลุ่มประสานมิตรพัฒนา อดีต สท.กลุ่มเพื่อประชา ของนายไกรสีห์ หรือตี่น้อย หล่อธราประเสริฐ รวมทั้งทายาทและบริวาร เด็กฝากของนักการเมืองระดับชาติ ท้องถิ่น นายทหาร หัวหน้าส่วนราชการและคหบดีเมืองโคราช
เบอร์ 3 “หมอโจ้” เภสัชกรจักริน เชิดฉาย อดีตประธานหอการค้านครราชสีมาและประธานแนวร่วม กปปส.นครราชสีมา ผู้สมัคร สท. ส่วนหนึ่งเป็นผู้ชื่นชอบอุดมการณ์ทางการเมืองของ “หมอโจ้”
และ เบอร์ 4 นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ อดีตรองประธานสภา ทน.นครราชสีมาและอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา เขต 1 อ.เมือง หัวหน้ากลุ่มเทศบาลก้าวหน้า ผู้สมัคร สท.ส่วนหนึ่งเป็นอดีต สท.กลุ่มประสานมิตรพัฒนาที่อกหักไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าสังกัดกลุ่มโคราชชาติพัฒนาและอดีตผู้สมัคร ส.อบจ.นครราชสีมา รวมทั้งคนรุ่นใหม่ไม่เคยลงสนามการเมืองมาก่อน
วิเคราะห์สนามเทศบาลนครโคราช “การเมืองท้องถิ่น ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ปูมหลังผู้สมัครทั้งนายกฯและ สท. ส่วนใหญ่เคยเป็นศิษย์เก่า ชพน. และกลุ่มประสานมิตรพัฒนา “กาลเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน” เป็นเหตุต้องแยกกันเดินบนถนนการเมือง ประเมินสรรพกำลัง นายประเสริฐ อดีต รมว.อุตสาหกรรม ดีกรีเป็นนักการเมืองอาชีพเคยผ่านการต่อสู้ทุกสนามและลงพื้นที่ทำการบ้านต่อเนื่อง ที่สำคัญมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นกุนซือส่งนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น้องชายมากำกับดูแลแบบเกาะติด เน้นย้ำมิให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส ครั้งที่ผ่านมา ซึ่ง ชพน.เสียเก้าอี้ ส.ส เขต 1 แบบล็อคถล่ม จึงขับเคลื่อนทั้งผลักทั้งดันแบบสุดลิ่มประตูแบบแพ้ไม่ได้
ส่วนขุมกำลังคู่แข่ง “หน่อง” นายอัคคชา ชูทีเด็ดนโยบาย 4 จี ทำได้ทำจริงภายใน 90 วัน ผู้สมัครเป็นอดีต สท. กลุ่มประสานมิตรพัฒนาและประธานชุมชน จึงมีความคุ้นเคยและประสบการณ์หาคะแนนเป็นกอบเป็นกำ คู่แข่งหวังโกยคะแนนจัดตั้งหลังตึกแถว ซึ่งเป็นชุมชน 91 แห่ง จึงไม่ง่ายนัก ถือเป็นตาอยู่ได้ทุกสภาวะหากคู่แข่งประมาท
“หมอโจ้” ร่วม 3 ปี ลงพื้นที่ประกาศเปลี่ยนเมืองโคราช ชูปราบโกงเงินภาษี เคยนำมวลชนเรือนหมื่นมาเป่านกหวีดปิดล้อมศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาและสถานที่ราชการ หากนกหวีดยังมีมนต์ขลังหมายถึงอุดมการณ์แรงกล้า ศรัทธาของประชาชนจะสานฝันให้ “หมอโจ้” ถึงดวงดาว
และ “ฉัตร” เทศบาลก้าวหน้า ใช้ความสดบดความเก๋าลงพื้นที่อย่างขะมักเขม้นไม่มีวันหยุด แม้น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ถูกก่อกวน เดินทางมากราบไหว้ย่าโมและพาผู้สมัครเดินขอคะแนนไม่ได้แต่ความปรากฏชัดตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส ปี 2562 และ อบจ.นครราชสีมา ปลายปี 2563 ทั้งๆที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่แต่คะแนนเพิ่มขึ้น ถือเป็นตัวสอดแทรกอาจทำให้คู่แข่งรุ่นพี่ที่ฐานคะแนนตัดกันเองมีโอกาสน้ำตาตก เนื่องจากได้ฐานคนรุ่นใหม่ แฟนพันธุ์แท้ของกลุ่มอนาคตใหม่ รวมทั้งคนเสื้อแดงนับหมื่นเป็นต้นทุน
อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งมีแนวโน้ม สท.ไม่ยกทีม เนื่องจากสภาไม่มีฝ่ายค้านก็ไม่มีคนคอยตรวจสอบและท้วงติงสิ่งที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง การพัฒนาท้องถิ่นแม้นไม่ทุจริตแต่ก็เอื่อยเฉื่อยอยู่ไปเรื่อยๆจนครบวาระ ต่างจากเทศบาลรอบนอกมีฝ่ายค้านเข้าไปร่วมสภาคอยเป็นหูเป็นตาให้กับประชาชน ถือเป็นบทเรียนของชาวเทศบาลนครโคราช ประสบเจอร่วม 20 ปี เห็นตัวอย่างจังหวัดขอนแก่นและอุดรธานีเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง