"เท้ง" นำ สส.อยุธยา ปชน. เสนอ รัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ดัน “โครงการดีดบ้าน”

การเมือง8 ต.ค. 2568 • 14:25 น.
"เท้ง" นำ สส.อยุธยา ปชน. เสนอ รัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก  ดัน “โครงการดีดบ้าน”

เท้ง นำ สส.อยุธยา ปชน. เสนอ รัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ดัน “โครงการดีดบ้าน” หนุนปรับเกณฑ์ชดเชยน้ำท่วมใหม่ เหมาะกับสภาพน้ำท่วมขัง -ทบทวนแผนการระบายน้ำ ผันลงฝั่งตะวันออก -ตกเพิ่ม

วันที่ 8 ต.ค.2568 เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางซึ่งหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยขณะนี้ จึงขอแสดงความห่วงใยไปยังประชาชน โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรงและขอแสดงความเสียใจไปยังผู้สูญเสีย ในจังหวัดอยุธยา ที่เสียชีวิต 4 คน ซึ่งเป็นเยาวชนที่ลงไปเล่นน้ำที่ไม่ ดังนั้นช่วงนี้กำลังจะปิดเทอมขอฝากผู้ใหญ่ไปยังผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลและพยายามเตือนเด็กและเยาวชนว่าระมัดระวังในการเล่นน้ำขณะนี้ ในขณะที่กระแสน้ำยังรุนแรงอยู่

นายณัฐพงษ์ ยังสะท้อนปัญหาที่พบในพื้นที่น้ำท่วม พบว่า ที่รพ.สต.บางหลวงโดด บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่กำลังใจดีปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็ม มีพร้อมยา และเวชภัณฑ์ แต่สิ่งที่สาธารณสุขที่อยู่หน้างานเรียกร้องไปยังรัฐบาลคือในแง่ของการทำงานเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นรถฉุกเฉินต่างๆ สิ่งที่รัฐบาลอาจจะพิจารณาให้การสนับสนุนได้ นอกจากนี้ยังพบปัญหาในพื้นที่จังหวัดอยุธยาบริเวณศูนย์พักพิง ยังใช้วิธีการตั้งเต็นท์ไว้ข้างทาง บนถนน 2 เลนทำให้รถที่สัญจรในเวลากลางคืนมองไม่เห็น ประชาชนที่พักอยู่ในเต็นท์อาจจะถูกเฉี่ยวทุกชน เกิดเหตุไม่ปลอดภัยขึ้น อยากส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล อยากให้จัดหาพื้นที่หรือสถานที่พักพิงให้เป็นกิจจะลักษณะ ในพื้นที่แบบนี้ ทุกๆปีจะต้องประสบเหตุน้ำท่วมไม่น้อยก็มาก และไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำๆแบบนี้ทุกปี

ส่วนสถานการณ์ภาพรวมพบว่า สถานการณ์น้ำฝนในปีนี้ ที่ตกบริเวณภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง มีปริมาณมากกว่าปีก่อนๆ 10% ประกอบกับนโยบายการจัดการน้ำของหน่วยงาน สทนช. ใช้วิธีการระบายลงทุ่ง และลงทางคูคลองต่างๆก่อนลงทุ่ง จึงทำให้ประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหลายพื้นที่รู้สึกว่าน้ำท่วมเยอะ เช่นบริเวณ ต.หัวเวียง จังหวัดอยุธยาเป็นพื้นที่ต่ำที่สุดของจังหวัดอยุธยา ประชาชนในพื้นที่บอกว่าน้ำท่วมมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 เดือน จึงอยากสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องการบริหารจัดการในการจ่ายเงินเยียวยา ต้องดูรายละเอียดเป็นรายพื้นที่ และต้องบริหารจัดการให้ไม่ช้า ไม่จม และไม่ซ้ำรอย คือ อย่างในพื้นที่ตำบลหัวเวียงประชาชนรู้สึกว่าการเยียวยาช้าไป ขณะที่บางพื้นที่ที่ท่วมนานกว่าพื้นที่อื่นจะได้รับเงิน 9,000 บาท เท่ากัน หรือจะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาปรับให้เหมาะสมกับสภาพที่ถูกน้ำท่วม

นายณัฐพงศ์ ยังสะท้อนปัญหาประชาชนอีกว่าเงินเยียวยาน้ำท่วมนั้นไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ คือการแจ้งเตือนจากภาครัฐอย่างดีเพียงพอเพื่อเก็บข้าวของหนีน้ำให้ทัน

ขณะที่นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สส.จ.พระนครศรีอยุธยา เสนอนโยบายให้รัฐบาลผลักดันการแก้ไขปัญหาน้ำ ได้แก่

1. การทบทวนแผนการระบายน้ำ โดยเสนอให้ลดความจำเป็นในการเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่อยุธยา-อ่างทอง เช่น การตัดยอดน้ำโดยระบายผ่านฝั่งตะวันตกหรือตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือการระบายน้ำเข้าทุ่งเพื่อแบ่งเบาภาระจากพื้นที่ริมน้ำหรือนอกคันกั้นน้ำที่ได้รับผลกระทบหนัก

2. การปรับกรอบเวลาและเกณฑ์ในการชดเชยเยียวยา โดยเสนอให้เริ่มการช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงที่น้ำยังท่วม ไม่จำกัดเฉพาะหลังน้ำลด เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จะต้องแบกรับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น การจ่ายเงินเฉพาะหลังช่วงน้ำลดจึงอาจไม่เพียงพอ และปรับเกณฑ์การชดเชยให้ครอบคลุมทุกครัวเรือนอย่างเป็นธรรม เน้นความรวดเร็ว และสะท้อนความเสียหายจริง เพื่อให้สอดคล้องกับผลกระทบที่ประชาชนต้องเผชิญ ทั้งในด้านรายได้และความเป็นอยู่

3. การจัดตั้งกองทุนหรือกลไกในการ "ดีดบ้าน" หรือยกระดับบ้านเรือนขึ้น เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายในอนาคต เนื่องจากน้ำท่วมกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแทบทุกปี แต่การยกระดับบ้านมีต้นทุนสูงเกินกว่าที่ประชาชนส่วนใหญ่จะรับไหว จึงควรมีการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ

“ทั้ง 3 ข้อเสนอนี้ เป็นสิ่งที่ตนเองได้รวบรวมจากการพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ และจะผลักดันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของชาวอยุธยา เขต 1 ต่อไป” นายทวิวงศ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะฝากถึงรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ว่า ถ้าเล็งเห็นปัญหาแบบเดียวกันว่าตอนนี้เราเองอยู่ในสภาวะหนี้สาธารณะเต็มเพดาน มีพื้นที่ทางการคลังน้อย และทราบดีว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการขนาดนี้คือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ได้อภิปรายในสภามาโดยตลอดว่าการใช้เม็ดเงินงบประมาณที่ประชาชนได้ประโยชน์เป็นการลงทุนในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น จะเป็นสิ่งที่ดี ถ้าจะจัดสรรงบประมาณบางส่วน แจกเงินแบบให้เปล่าไปผ่านบัตรสวัสดิการต่างๆ หรือนโยบายแจกเงินอื่นๆไปยังประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะต้องเอาเงินไปเยียวยา ทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบก่อน ดังนั้นขอฝากรัฐบาลหากพิจารณาและจัดสรรเงินได้อย่างคุ้มค่า แทนที่จะให้เงินแบบให้เปล่าไป จัดสรรเงินบางส่วนมาช่วยในโครงการการดีดบ้าน ซึ่งจะเกิดการจ้างงาน ควบคุมราคาได้หากรัฐบาลมากำหนดราคาเอง เพราะการดีดบ้านราคาสูงมาก ดังนั้นถ้าประกาศออกมาเป็นนโยบายกลาง และแบ่งเงินงบประมาณบางส่วน รัฐบาลเองก็ได้คะแนนเสียงเพราะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้จริง

“เป็นการใช้จ่ายเงินลงทุนที่แก้ไขปัญหาระยะยาว ให้กับประชาชนได้เช่นเดียวกัน ในช่วง 4 เดือนนี้เข้าใจว่าแต่ละพรรคการเมืองก็อยากได้คะแนนเสียง ก็อยากจะส่งข้อเรียกร้องให้ทางรัฐบาล ได้พิจารณาในการใช้จ่ายงบประมาณ ที่คุ้มค่าและชาญฉลาด เพื่อให้ประชาชนได้ผลประโยชน์ระยะยาว”นายณัฐพงษ์กล่าว