"สมศักดิ์" ปลื้ม! พ.ร.บ.อสม.จ่อบรรจุวาระ 2-3 ย้ำมอบ "ความมั่นคงทางกฎหมาย" สิทธิประโยชน์ชัดเจน เล็งดัน อสม. เป็นรากฐาน "สุขภาพชุมชนเข้มแข็ง

การเมือง9 ต.ค. 2568 • 16:35 น.
"สมศักดิ์" ปลื้ม! พ.ร.บ.อสม.จ่อบรรจุวาระ 2-3 ย้ำมอบ "ความมั่นคงทางกฎหมาย" สิทธิประโยชน์ชัดเจน เล็งดัน อสม. เป็นรากฐาน "สุขภาพชุมชนเข้มแข็ง

“สมศักดิ์”อดีตรมว.สาธารณสุข ยันร่าง พ.ร.บ. อสม. กรรมาธิการฯปรับปรุงจนสมบูรณ์จาก 50 เป็น 67 มาตรา พร้อมเดินหน้าเสนอประธานสภาฯ เพื่อบรรจุวาระ 2-3 ต่อ ชี้เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับระบบสุขภาพระยะยาว ยก อสม. มีสถานภาพทางกฎหมายที่มั่นคง มีขวัญกำลังใจและสวัสดิการที่ชัดเจน ช่วยให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากการ "รักษา" ไปสู่การ "ป้องกัน" โรคจากการบริโภค เป็นกลไกหลักในการให้ความรู้กับประชาชนในระดับชุมชน

วันที่ 9 ต.ค.2568 เวลา 14.30 น.ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงการที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพว่า การดำเนินการวันนี้ได้พิจารณาและตรวจดูร่างของกรรมาธิการเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ทางคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างฯ ให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากขึ้นจาก 50 มาตราเป็น 67 มาตรา ซึ่งจะนำเสนอไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุระเบียบวาระให้พิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป ซึ่งผลที่ประชาชนจะได้จากกฎหมายฉบับนี้คือ ประชาชนจะได้รับการดูแลสุขภาพในระดับชุมชนอย่างเข้มแข็ง ประเทศไทยจะมีระบบสาธารณสุขที่มั่นคง รับมือภาวะวิกฤตด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพี่น้อง อสม. มีสถานภาพทางกฎหมายที่มั่นคง มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ จากหลักประกันด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน ถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับระบบความมั่นคงทางสุขภาพ ของประเทศไทยในระยะยาว

"ใน พ.ร.บ.ของอสม.นี้ คือสร้างความมั่นคงให้กับอสม. ในส่วนของการดำเนินการที่มีกฎหมายฉบับนี้ก็ได้เห็นว่าการสาธารณสุขของประเทศ เราจะมุ่งเน้นในเรื่องของการรักษาพยาบาลคนป่วยเป็นหลัก แต่การรักษาพยาบาลของคนป่วยนั้นใช้เงินรักษามาก ดูจาก 30 บาทรักษาทุกที่ในอดีตที่ผ่านมา และในรัฐบาลที่ผ่านมามองเห็นว่าการป้องกันไม่ให้คนป่วย เป็นปัจจัยหลัก และสามารถประหยัดการใช้งบประมาณได้อย่างมากมายมหาศาล" นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ 30 บาทรักษาทุกที่ จะมีเงินค่ารักษา อย่างในปีงบประมาณ 67 ประมาณ 150,000 ล้านบาท ก็จะใช้ในเรื่องโรคที่เกิดจากการบริโภค การกินอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน เป็นจำนวนถึง 8 หมื่นล้านบาท มากกว่า 50 % สิ่งที่ พ.ร.บ.อสม. จะช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน โดยการนับคาร์ป หากทำสำเร็จจะช่วยประหยัดเงินได้ 8 หมื่นล้านบาท หากเราทำความเข้าใจกับการบริโภค ตั้งแต่อายุยังน้อย อายุจะยืน และคนที่จะสามารถทำความเข้าใจให้ประชาชนได้ ไม่ใช่หมอหรือพยาบาลเป็นหลัก เพราะไม่มีเวลา จึงต้องอาศัยอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม. และ อสส. มาทำความเข้าใจ

" อสม.ในพ.ร.บ.นี้ จะมีเงินนอกงบประมาณที่เก็บไว้ในส่วนงานของ กรมสนับสนุนบริการสาธารณสุข เงินส่วนที่ประหยัดได้นั้นก็จะสามารถนำกลับมาสมทบในบัญชี อสม. ได้ " นายสมศักดิ์กล่าว