- โฆษณา -

"อังคณา" แจงโพสต์ปมเสียงผี ยันแค่แปลหนังสือ "กสม.กัมพูชา" ฟ้องสหประชาชาติ

การเมือง13 ต.ค. 2568 • 11:20 น.
"อังคณา" แจงโพสต์ปมเสียงผี ยันแค่แปลหนังสือ "กสม.กัมพูชา" ฟ้องสหประชาชาติ

จากกรณี อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็น กัน จอมพลัง เปิดเสียงผีและเครื่องบินรบ ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว

- โฆษณา -

วันที่ 13 ต.ค.68 อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีดีงกล่าวว่า ไม่ได้ว่าใครและตั้งคำถามด้วยว่า ที่จริงพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก ก็สงสัยว่าแล้วทำไมบุคคลอินฟลูฯ ถึงได้เข้าไปในพื้นที่นั้นได้ ทั้งรถแห่ รถที่ติดเครื่องขยายเสียงที่เข้าไป ไปได้อย่างไรแบบนี้ค่ะ ก็แค่นั้น

นางอังคณา กล่าวอีกว่า ไม่ได้ไปส่งเสริมอะไรฝั่งกัมพูชา พื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ขัดแย้ง ตนยกตัวอย่างที่ทางกองทัพบอกว่าเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ ซึ่งตนมองว่าที่จริงถ้าเทียบกัน ในช่วงที่กรุงเทพฯมีการประท้วงกันเยอะๆ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) ก็ใช้เครื่องเสียง เพื่อที่จะให้มีการสลายการชุมนุม ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นปฏิบัติการเรื่องการสลายการชุมนุม ความถี่ของคลื่นเสียงมีมาตรมาตรฐานที่กำหนดโดย WHO อยู่แล้ว แต่หนังสือที่ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาเขาแจ้งระบุว่ามีการเปิดเสียง ห้าทุ่ม เที่ยงคืน ตีสาม ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่พลเรือนพักผ่อน และเหตุการณ์ขณะนั้น เท่าที่ทราบ ไม่ได้มีการชุมนุมหรือปะทะกัน ก็เพียงแต่ห่วงใยว่าเป็นตามหนังสือที่เขาส่งถึงสหประชาชาติ จะเป็นไปตามสิ่งที่เขาร้องเรียนหรือไม่ ว่าอาจจะเป็นเรื่องของการทรมานทางจิตวิทยา

เมื่อถามว่าฝั่งกัมพูชาใช้โพสต์นี้ไปเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเอง นางอังคณา กล่าวว่า บอกตรงๆ ว่าไม่ว่าใครจะพูดอะไร เขาเอาไปหมด ส่วนตัวก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะโพสต์นี้เป็นโพสต์สาธารณะ ไม่ได้ปิดบังและเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตอยู่แล้ว แต่ถามว่าในสิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นอินฟลูฯ ทำ เขาก็เอาไปฟ้องหมดเลย เขียนไปรายงานไปฟ้องหมดเลย เขาส่งหนังสือจนถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน

นางอังคณา กล่าวอีกว่า ถ้ากลับไปอ่านโพสต์ใหม่ จะรู้ว่าเป็นความห่วงใย เป็นการตั้งคำถามว่าเราควรจะปล่อยให้ใครก็ได้เข้าไปหรือไม่ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยเปิดเผย สิ่งที่อยากจะพูดก็คือพื้นที่ตรงนั้น ช่วงนี้มันไม่ได้มีการปะทะ ไม่ได้มีการปฏิบัติการทางทหาร แต่มันเป็นพื้นที่พลเรือน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับเอาพลเรือนเข้าไปปะทะกับพลเรือนด้วยกันเอง ซึ่งต้องระมัดระวัง เพราะจะเป็นการทำลายพื้นที่ของความสัมพันธ์ของพลเรือนด้วยกัน และเรื่องนี้เป็นเรื่องมนุษยธรรมระหว่างประเทศด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง