นายกฯ เข้าเยี่ยมคารวะประธานประเทศ สปป.ลาว สานต่อความสัมพันธ์มิตรที่ใกล้ชิด ร่วมเฉลิมฉลอง 75 ปี ทางการทูตไทย–ลาว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ต.ค. 68 ที่ทำเนียบประธานประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป.ลาว โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและ สปป.ลาว ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีความผูกพันใกล้ชิดและเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยปี 2568 นับเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ลาว ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนานและมั่นคงระหว่างสองประเทศ
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณประธานประเทศ สปป.ลาว ที่มีบทบาทสำคัญในฐานะ “มิตรแท้ของไทย” พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อและยกระดับความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ
ประธานประเทศ สปป.ลาว แสดงความยินดีที่ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรี และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยย้ำว่าลาวให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีความร่วมมือกันในทุกมิติ พร้อมทั้งกล่าวแสดงความซาบซึ้งและความประทับใจต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงมีบทบาทในการกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคง และเห็นพ้องที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาข้ามแดนที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นยาเสพติด การฉ้อโกงออนไลน์ หมอกควันข้ามแดน และการบริหารจัดการน้ำ
โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความพร้อมในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ลาว ในการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดและสารตั้งต้น พร้อมทั้งยืนยันการสานต่อความเชื่อมโยงด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ระหว่างสองประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ โดยเน้นยุทธศาสตร์ “เปลี่ยน Land-locked เป็น Land-linked” ส่งเสริมการเชื่อมโยงและการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชน
นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในโครงการความร่วมมือไทย–ลาวที่สำคัญ ได้แก่ โครงการปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 12 ของ สปป.ลาว และโครงการสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
ประธานประเทศยังกล่าวชื่นชมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างไทย–ลาว โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนลาว และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน ถือเป็นความร่วมมือที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นพ้องและได้ย้ำถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจะเอื้อต่อการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวของทั้งสองประเทศต่อไป