นายกฯ ร่วมเปิดงานฟุตบอล ครบรอบ 170 ไทย-อังกฤษ บอกเป็นกีฬาก้าวข้ามพรมแดนเชื่อมมิตรภาพ ทูตมอบเสื้อบอลเบอร์ 32 ให้เป็นที่ระลึก
วันที่ 19 ต.ค. 68 ที่สนามฟุตบอลโปโลฟุตบอลปาร์ค เขตปทุมวัน กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานแข่งขันฟุตบอลเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักร โดยมีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมด้วย อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ , นายกิติรัตน์ ณ ระนอง สมาชิกพรรคเพื่อไทย , นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง และบุคคลสำคัญวงการกีฬา อาทิ นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นต้น
โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ แต่ลำดับแรกตนขอแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หากเราได้ทำงานร่วมกันเชื่อว่าประเทศไทยจะก้าวหน้าและมีความหวังอย่างแน่นอน และในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ 170 ปี แห่งมิตรภาพอันยาวนานของประเทศไทยและประเทศอังกฤษ ตนขอบคุณเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยที่ได้เชิญมาในฐานะนายกรัฐมนตรี ตนรู้สึกยินดีที่ได้ถูกเชิญมางานครั้งนี้ ฟุตบอลทำให้ผู้คนมารวมตัวกัน และเป็นกีฬาที่โด่งดังที่สุดในโลก ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และสามารถก้าวข้ามพรมแดนของภาษา วัฒนธรรม และระยะทางได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะชมการแข่งขันที่สนามอังกฤษ หรือสนามในกรุงเทพฯ ฟุตบอลสามารถสื่อสารได้โดยตรงกับหัวใจของผู้คน สร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมโยงมิตรภาพ และหล่อหลอมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นายกฯ กล่าวแซว อย่างเป็นกันเองอีกว่า ในเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ มาร่วมงานด้วย ก็ขอกล่าวถึงสนามเซนต์เจมส์พาร์ค ของสโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดด้วย ซึ่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษเป็นที่นิยมในหมู่แฟนบอลชาวไทยมาอย่างยาวนาน โดยแฟนบอลไทยมีความหลงใหลและทุ่มเทอย่างมากในการเชียร์ทีมโปรดของตน ทั้งยังมีภาคเอกชนไทยที่มีบทบาทสำคัญในวงการฟุตบอลอังกฤษ เช่น กลุ่มคิงเพาเวอร์ เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และเบียร์ช้าง ผู้สนับสนุนสโมสรเอฟเวอร์ตัน ขณะเดียวกันก็มีชาวอังกฤษจำนวนมากที่เดินทางมาเรียนมวยไทยในประเทศไทย เช่นเดียวกับเยาวชนไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอล และเลือกไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรเพื่อตามรอยนักฟุตบอลในดวงใจ
นายกฯ กล่าวด้วยว่า เวลานักเรียนไทยไปถึงประเทศอังกฤษ คำถามแรกๆ ที่ถูกถาม คือ “คุณเชียร์ทีมไหน” หากตอบว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ก็จะมีเพื่อนทันที หากตอบว่า “ลิเวอร์พูล” ก็ได้เพื่อนเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ฟุตบอลสามารถสร้างมิตรภาพได้อย่างแท้จริง ความจริงแล้วตนจะตอบว่า เชียร์แมนยู แต่เมื่ออาจารย์อภิสิทธิ์นั่งอยู่ตรงนี้ ตนก็จะตอบว่า เชียร์นิวคาสเซิล
นายกฯ ยังกล่าวปิดท้ายเปรียบเปรยว่า ขอให้มิตรภาพระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรยืนยาวเหมือนความสุขของการคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีก และแน่นแฟ้นลึกซึ้งเสมือนกับการที่ผู้รักษาประตูมุ่งมั่นรักษาประตูจนในนาทีสุดท้าย พร้อมเชิญชวนทุกคนร่วมรักษาจิตวิญญาณแห่งมิตรภาพนี้ไว้ ในการแข่งขันแมตช์ใหญ่คืนนี้ระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยกล่าวอวยพรให้ทีมที่ดีที่สุดเป็นผู้ชนะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง มีการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างทีมจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรและหน่วยงานภาครัฐของไทย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ ซึ่งยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในทุกมิติ
นอกจากนี้ สถานทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ยังได้มอบเสื้อทีมอังกฤษ สกรีน ชื่ออนุทิน เป็นภาษาอังกฤษ “ANUTIN” เบอร์ 32 ให้กับนายกรัฐมนตรีเป็นที่ระลึกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายหลังนายอนุทิน กล่าวเปิดงานเสร็จสิ้นนายอนุทินได้เดินไป ทักทายนายอภิสิทธิ์ ที่มาร่วมกิจกรรมเตะฟุตบอลด้วยในวันนี้ โดยนายอนุทิน กล่าวแสดงความยินดีกับนายภิสิทธิ์ที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ก่อนที่นายอนุทินจะแนะนำนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุขให้รู้จักกับนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรมช. สาธารณสุข ที่เคยร่วมงานกัน นอกจากนี้นายอนุทิน ยังได้พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์เรื่องทีมฟุตบอลที่จะมีการแข่งขันกันระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในช่วงคืนวันนี้ ก่อนที่นายอนุทิน จะชวนนายอภิสิทธิ์ เข้าไปยังสนามแตะบอล โดยนายอนุทิน ไม่ได้ลงไปร่วมเตะบอลในสนามด้วย เพียงนั่งเชียร์อยู่ขอบสนามมีเพียงนายอภิสิทธิ์และนายสาธิตที่ลงไปเตะบอลในสนาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างกิจกรรมนายชูวิทย์ ได้เข้าไปคุยกับนายกฯ โดยมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และหัวเราะ ขณะที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์นายชูวิทย์ก็ยืนประกบอยู่ด้านหลัง และพยายามสะกิดนายกฯ ให้ออกจากวงสัมภาษณ์ให้มาคุยกับตัวเอง ก่อนจะเดินไปส่งนายกฯขึ้นรถกลับ โดยได้สวมกอดกัน อย่างเป็นกันเอง ซึ่งนายกฯ ก็มีสีหน้ายิ้มและหัวเราะออกมา