วุฒิสภาไฟเขียว! "บุคคลล้มละลาย" นั่งเก้าอี้กรรมการ "ตั๋วร่วม" ได้ แม้ สว.เตือนเสี่ยงบกพร่อง-ผลประโยชน์ทับซ้อน

การเมือง21 ต.ค. 2568 • 12:30 น.
วุฒิสภาไฟเขียว! "บุคคลล้มละลาย" นั่งเก้าอี้กรรมการ "ตั๋วร่วม" ได้ แม้ สว.เตือนเสี่ยงบกพร่อง-ผลประโยชน์ทับซ้อน

มติวุฒิฯ 124 ผ่านร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม คงคุณสมบัติกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ห้ามบุคคลล้มละลายทั่วไป นั่งตำแหน่งสำคัญ ด้าน “รัชนีกร” โต้แย้ง ชี้บุคคลล้มละลายมี 'ความบกพร่องการเงินส่วนตัว' ไม่ควรจัดการทรัพย์สินระดับชาติ หวั่นธรรมาภิบาลและแรงกดดันทางการเงิน ขณะที่ กมธ.ยันตำแหน่งนี้เน้นความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ไม่เกี่ยวบริหารทรัพย์สินโดยตรง

วันที่ 21ต.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... จำนวน 54 มาตราซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ2และวาระ3

ทั้งนี้ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. สงวนความเห็นมาตรา6 (3) คุณสมบัติต้องห้ามกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม โดยขอให้เพิ่มคำว่า “บุคคลล้มละลาย” เนื่องจากเห็นว่าการกำหนดลักษณะต้องห้ามเพียง “บุคคลล้มละลายทุจริต” เกณฑ์ต่ำเกินไป เพราะเป็นกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วมเป็นตำแหน่งระดับชาติ ซึ่งบุคคลล้มละลายถือเป็นผู้มีความบกพร่องการเงินส่วนตัว บกพร่องในตัวเอง ถามจะมาจัดการหนี้สินและทรัพย์สินของชาติได้อย่างไร ดังนั้น จะต้องห้ามบุคคลล้มละลาย เป็นกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ซับซ้อน และยกระดับความเชื่อมั่นของคณะกรรมการ เพราะคนล้มละลายมีแรงกดดันทางการเงินทั้งนี้ หากยกเว้นให้กับบุคคลล้มละลายอาจเกิดคำถามเรื่องธรรมาภิบาล ตนทราบดีว่ากฎหมายจะให้โอกาสใหม่กับคนบุคคลล้มละลาย แต่ในฐานะกำกับเงินแผ่นดิน สิ่งสำคัญคือความรับผิดชอบต้องสูงกว่าการใช้ชีวิตส่วนตัว

ด้านน.ส.จีราภัทร์ การประเสริฐกิจ กรรมาธิการ ชี้แจงว่า ในทางกฎหมายเปิดโอกาสให้บุคคลล้มละลายมีโอกาสดเนินการกิจการใหม่ได้ โดยมองว่าการล้มละลายอาจเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือปัจจัยภายนอก ส่วนกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการระบบตั๋วร่วม ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านวิศวกรรม ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ เพื่อสนับสนุนระบบตั๋วร่วมให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี ดังนั้น ภารกิจจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพย์สินโดยตรง ทางคณะกรรมาธิการจึงกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามไว้เพียงว่า เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เท่านั้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมวุฒิสภาเห็นด้วย มาตรา6 ให้คงตามร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ ด้วยคะแนน 124 ต่อ 3 งดออกเสียง4 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง

นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกสงวนความเห็นในมาตรา31วิธีการคำนวณอัตราค่าโดยสาร่วม โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมความเสมอภาค มาตรา35 เงินและทรัพย์สินของกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม มาตรา38 คณะกรรมการบริหารกองทุนและมาตรา39 อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมติที่ประชุมวุฒิสภาเห็นด้วยให้คงตามร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมวุฒิสภาได้ใช้เวลาพิจารณาวาระสอง ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้ลงมติวาระสาม ผลปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภาเห็นด้วย 144 ต่อ 1 งดออกเสียง 3 เสียง ไม่ออกเสียง 1 เสียง