“อนุทิน” ขออย่าใช้คำแรง กัมพูชา ขัดขวางกู้ทุ่นระเบิด ขอมั่นใจกองทัพรู้วิธีป้องกันประเทศ หลังไทยถอนอาวุธ

การเมือง3 พ.ย. 2568 • 12:40 น.
“อนุทิน” ขออย่าใช้คำแรง กัมพูชา ขัดขวางกู้ทุ่นระเบิด ขอมั่นใจกองทัพรู้วิธีป้องกันประเทศ หลังไทยถอนอาวุธ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 พ.ย. 68 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย​ ให้สัมภาษณ์กรณีมีรายงานข่าวว่า ทางกัมพูชาขัดขวางไม่ให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนหรือ AOT เข้าสังเกตการณ์การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์​ว่า​ อย่าเพิ่งไปใช้คำว่าขัดขวาง เขาประชุมกันตลอด ตนได้พูดคุยกับ พล.อ.อุกฤษณ์​ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เมื่อช่วงเช้าที่วันเดียวกันนี้ว่า ยังดำเนินการอยู่ เรื่องการถอนกำลังและการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ยังมีการพูดคุยกันต่อไป แม้อาจจะไม่ราบรื่น แต่เป้าหมายต้องชัดเจน ไม่ใช่ว่าขัดขวางแล้วฝ่ายไทยจะยอม เราก็ไม่ยอม ถ้าจะให้เรานำไปสู่สันติภาพและสันติสุข ยังคงย้ำในเงื่อนไข 4 ข้อ คือการถอนอาวุธ เก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามสแกมเมอร์ ​และการแก้ไขปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ ทั้ง 4 ข้อจะต้องได้รับการตอบสนอง ฝ่ายทหารและกองทัพของเราจึงดำเนินการในเรื่องเชลยศึก​ การปักปันเขตแดนและการพูดคุยเรื่องอื่นๆต่อไป ยืนยันว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของกัมพูชา

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าทางกัมพูชาได้ขนอาวุธหนักกลับมาในพื้นที่ชายแดน นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันว่าต่างฝ่ายต่างถอยออกไป ก่อนย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า ไปเอาข่าวนี้มาจากไหน ไม่มี เพราะข้อตกลงที่ทำไว้คือ ต่างคนต่างถอนอาวุธ ถ้าเข้ามาคือการฉีกข้อตกลงและจะถือว่าไม่มีข้อตกลง ซึ่งสามารถทำตามที่เราเห็นว่าเหมาะสม

เมื่อถามว่า มีแนวคิดที่จะลงพื้นที่ชายแดนไทย- กัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ถ้ามีความจำเป็น หรือถึงจุดที่เราจะต้องไป​ เพื่อดูว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงหรือเปล่า​ ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เมื่อถามถึง กรณีที่ประชาชนมีความกังวลเรื่องการถอนอาวุธของไทย ที่อาจกลับไม่ทันหากทางกัมพูชาไม่ทำตามข้อตกลง นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ถามผบ.ทสส.​และพล.อ.พนา​ แคล้วปลอดทุกข์​ ผู้บัญชาการทหารบก​ (ผบ. ทบ.) เขาต้องรู้ว่า เขาต้องปกป้องประเทศอย่างไร ขอให้เชื่อมั่นในกองทัพ

เมื่อถามว่า จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร นายกฯ ย้ำว่า ขอให้มั่นใจในกองทัพ