- โฆษณา -

“อัจฉริยะ” จ่อเอาผิด 2 ค่ายมือถือ–กสทช. รุกป่าตั้งเสาสัญญาณ เตรียมพาพยานให้ข้อมูล กมธ.มั่นคงฯ 13 พ.ย.

การเมือง11 พ.ย. 2568 • 12:32 น.
“อัจฉริยะ” จ่อเอาผิด 2 ค่ายมือถือ–กสทช. รุกป่าตั้งเสาสัญญาณ เตรียมพาพยานให้ข้อมูล กมธ.มั่นคงฯ 13 พ.ย.

วันที่ 11 พ.ย.68 เวลา 09.15 น.ที่รัฐสภา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ว่า วันนี้มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ กรณีผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ 2 ค่าย ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. ติดตั้งเสาสัญญานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตป่าไม้ 2484 และเขตป่าสมบูรณ์ โดยไม่ขออนุญาตจากทางราชการตามระเบียบ ในพื้นที่ชายแดนกัมพูชาและเมียนมา จากการตรวจสอบพบว่ามีเสาสัญญาณมากกว่า 1,500 จุด ซึ่งเสาเหล่านี้มีทั้งที่ได้รับอนุญาตถูกต้องและที่ไม่ได้ขออนุญาต

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า หากเสาสัญญาณใดที่ไม่ได้ขออนุญาต จะถือว่าค่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 ค่าย รวมถึง กสทช. มีความผิดฐานบุกรุกป่า ซึ่งเป็นคดีที่มีอัตราโทษหนัก นอกจากนี้ ยังอาจมีความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีมูลฐานอีกด้วย ภายหลังจากการประชุมและรวบรวมข้อมูลครบถ้วน ตนจะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีกับ 2 ค่ายโทรศัพท์มือถือ และกสทช.

- โฆษณา -

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า การดำเนินคดีนี้มีความสำคัญต่อการปราบปรามสแกมเมอร์ เพราะการก่ออาชญากรรมออนไลน์ต้องอาศัยปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ คลื่นสัญญาณอินเทอร์เน็ต เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และบัญชีธนาคาร ทั้งคลื่นสัญญาณและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ กสทช. อีกทั้งตรวจพบซิมมือถือผีจำนวนมาก ทั้งที่ไม่ได้ลงทะเบียนในระบบ และที่ลงทะเบียนในระบบแบบมั่ว ๆ ซึ่งซิมเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในประเทศกัมพูชา เมียนมา และลาว เพื่อหลอกลวงคนไทยและคนต่างชาติ

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ยังกล่าวถึงเว็บพนันและการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยระบุว่าเว็บพนันที่เคยถูกดำเนินการได้กลับมาเปิดใหม่ตามปกติ คดีเว็บพนันเกือบทั้ง 90% ถูกยกฟ้อง หรืออัยการสั่งไม่ฟ้อง โดยมีเพียงบัญชีม้า 1-3 คนเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดี ตัวอย่างเช่น คดีที่มีผู้ต้องหา 10 คน ได้รับการประกันตัวคนละ 20 ล้านบาทในชั้นสอบสวน และสุดท้ายก็หลุดคดีในชั้นศาล พร้อมกับได้รับทรัพย์สินทั้งหมดคืน

อย่างไรก็ตาม นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่ามีตำรวจระดับ พ.ต.อ. คนหนึ่ง ที่อาศัยอำนาจของรัฐมนตรีในขณะนั้น อายัดบัญชีของลูกค้าและเจ้าของเว็บพนัน แทนที่จะจับกุมเว็บพนัน แต่ตำรวจนายดังกล่าวใช้วิธี รีดทรัพย์ โดยเรียกค่าปลดอายัดบัญชี เช่น หากมีเงิน 200,000 บาท จะเรียกค่าปลดอายัด 100,000 บาท รวมถึงตำรวจยศ ร.ต.ท. โดยสั่งให้ธนาคารอายัดบัญชีม้าไว้เฉยๆ โดยที่ตนเองไม่ออกหมายใดๆ ไปยังผู้ต้องหาหรือไม่มีคดีความ และทำการเรียกรับเงิน บัญชีละหนึ่งแสนบาท

นายอัจฉริยะ กล่าวตอนท้ายว่า ในวันที่ 13 พ.ย. ตนพร้อมด้วยพยานปากสำคัญ จะมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่ามีการจ่ายเงินให้กับตำรวจกว่า 200 นาย รวมถึงการจ่ายเงินให้กับ สส.ท่านหนึ่ง โดยพยานปากนี้คือ เจ้าของบัญชีที่รับผิดชอบการโอนเงินในทุกเส้นทางทางการเงินของเว็บพนันออนไลน์ทั่วประเทศให้กับตำรวจ และเจ้าของเว็บพนัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง