"อัษฎางค์" ฟาดแรง! แฉ "ส.ส.ประชาชน" บิดเบือนกฎหมายระหว่างประเทศ ชี้ไทยมีสิทธิ์ยกเลิก MOU หาก "เขมร" ละเมิดซ้ำ

การเมือง13 พ.ย. 2568 • 09:55 น.
"อัษฎางค์" ฟาดแรง! แฉ "ส.ส.ประชาชน" บิดเบือนกฎหมายระหว่างประเทศ ชี้ไทยมีสิทธิ์ยกเลิก MOU หาก "เขมร" ละเมิดซ้ำ

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เอ็ดดี้ อัษฎางค์" ระบุว่า ข้อความของ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังสร้างภาพลวงหรือไม่ว่า “ข้อตกลงระหว่างประเทศต้องรักษาไว้ตลอด แม้เขมรจะละเมิดกี่ครั้งก็ห้ามยกเลิก”

#อัษฎางค์ยมนาค #อ่านเกมอำนาจ

“เขมรคือฝ่ายละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไทยจึงมีสิทธิ์ยกเลิกข้อตกลงได้

ข้อความนี้ถูกต้อง

"ใช้ข้อตกลงที่มีจัดการปัญหาสิครับ ถ้าระเบิดพึ่งวางจริงเราก็ยิ่งได้เปรียบ ไม่ใช่ไปยกเลิกข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อตกลงสันติภาพ ละเมิดกติกา ก็ต้องบังคับให้อยู่ในกติกา ไม่ใช่ไปยกเลิกกติกา แล้วนายกฯปล่อยให้กองทัพ ตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลง ระหว่างประเทศเองได้ยังไง"

อย่างไรก็ตาม ไม่ถูกต้องทั้งหมด

ข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่น สัญญา MOU หรือสนธิสัญญาสันติภาพ ต้องถูกบังคับใช้หากยังมีผลผูกพัน ทั้งสองฝ่ายต้องเคารพกติกา ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยกเลิกหรือถอนตัวเองโดยพลการกลางทาง ตราบใดที่ไม่มีเหตุชอบธรรมตามหลักสากล เช่น ความผิดร้ายแรงของอีกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามีการละเมิดร้ายแรง หรืออีกฝ่ายไม่เคารพข้อตกลงจริง สามารถใช้ขั้นตอนที่ระบุในข้อตกลงหรือในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น แจ้งยกเลิกหรือถอนได้โดยต้องแสดงเหตุผลอย่างเป็นทางการ

ดังนั้น ข้อความของ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังสร้างภาพลวงหรือไม่ว่า “ข้อตกลงระหว่างประเทศต้องรักษาไว้ตลอด แม้เขมรจะละเมิดกี่ครั้งก็ห้ามยกเลิก”

แบบนี้ไม่ใช่การวิเคราะห์

แต่เป็นการใช้ “หลักกฎหมายแบบเลือกข้าง” เพื่อโจมตีรัฐบาลและกองทัพไทย โดยละเลยข้อเท็จจริงสำคัญที่สุดข้อหนึ่ง นั่นคือ

“ข้อตกลงระหว่างประเทศยกเลิกได้ หากอีกฝ่ายละเมิดอย่างร้ายแรงและต่อเนื่อง”

นี่คือหลักในกฎหมายระหว่างประเทศจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึก หรือความเห็นของ สส. พรรคประชาชน ที่ต้องการให้คนเห็นตาม

1. ทำไมไทยยกเลิกได้? – หลักกฎหมายบอกไว้ชัดเจน

สนธิสัญญาและ MOU ทุกฉบับ มีกลไก “Termination / Withdrawal / Suspension” อยู่แล้ว

ภายใต้หลักของอนุสัญญาเวียนนา (Vienna Convention on the Law of Treaties) มาตรา 60 ที่ระบุว่า:

หากฝ่ายหนึ่ง “ละเมิดโดยสาระสำคัญ” (material breach) อีกฝ่ายมีสิทธิ์ “ระงับ หรือยุติพันธกรณี” ได้

“ละเมิดโดยสาระสำคัญ” หมายถึงการทำตรงข้ามเจตนาของข้อตกลง

เช่น

– เปิดฉากยิงก่อน

– เคลื่อนกำลังทหารเข้าพื้นที่ต้องห้าม

– ไม่เคารพเส้นแบ่งเขตที่กำหนดไว้

– บิดเบือนคณะกรรมาธิการร่วม (JBC)

และกรณีไทย–กัมพูชา ไม่ใช่แค่ตรงเกณฑ์ แต่ “เกินเกณฑ์” มานานแล้ว

2. นี่ไม่ใช่ครั้งแรก — แต่มันเป็น “รูปแบบซ้ำ” ของกัมพูชา

ใครที่ตามชายแดนไทย–กัมพูชามาตลอด จะรู้ว่านี่คือพฤติกรรมประจำของฝั่งเขมร

ทุกครั้งไทยประท้วง

ทุกครั้งกัมพูชายืนกรานไม่รับ

ทุกครั้งเหตุการณ์จบด้วยการซ้ำรอยใหม่

นั่นหมายความว่า “ระบบร่วมกันบริหารปัญหา” ล้มเหลวฝั่งเดียว ไม่ใช่ทั้งสองฝ่าย

3. เหตุการณ์ 12 พฤศจิกายน 2025 คืออีกหนึ่งหลักฐานว่ากัมพูชาละเมิดก่อน

ในรอบล่าสุดนี้

– มีภาพบังเกอร์ไทยถูกยิงกว่า 30 นัด

– คลิปจากทหารไทยบันทึกเสียงยิงจากฝั่งกัมพูชา

– กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่าไทย “ถูกยิงก่อน” จากหมู่บ้านเปรยจัน

– ฝ่ายกัมพูชารายงานกลับหัว โดยกล่าวหาว่าไทยยิงพลเรือน

พฤติกรรมสำคัญของรัฐบาลฮุน มาเนตคือ

ใช้ narrative ว่า “ไทยรุกราน” ตลอด แม้หลักฐานภาคสนามชี้ตรงข้ามก็ตาม

นี่คือ pattern เดิมตั้งแต่ยุคฮุน เซน

และมันคือเหตุผลว่าทำไมการอ้าง “กติกา” จากเขมรจึงไร้น้ำหนัก

4. การถอนตัวหรือยกเลิก MOU จึง “มีเหตุผลรองรับ” ไม่ใช่การทำลายความสัมพันธ์

ประเทศไทยไม่ได้ถอนตัวจากข้อตกลงเพราะอารมณ์

แต่เพราะเหตุผลที่สังคมโลกยอมรับได้:

เมื่ออีกฝ่ายละเมิดอย่างต่อเนื่องและไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการแก้ไขตามกลไกเดิม

นี่คือสิ่งที่กฎหมายระหว่างประเทศอนุญาต

และเป็นสิทธิที่ประเทศอธิปไตยทุกชาติใช้ได้

ในหลายกรณี การยกเลิกข้อตกลงคือ “การกู้คืนอำนาจต่อรอง”

ในโลกจริง ข้อตกลงไม่ใช่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

หากฝ่ายหนึ่งละเมิดหนักจนอีกฝ่ายเห็นว่าไม่สามารถเดินต่อได้จริง ประเทศนั้นสามารถ “ถอนตัว” ได้

ตัวอย่างบนโลกจริงมีหลายกรณี เช่น

• สหรัฐฯ ถอนตัวจากสนธิสัญญา INF กับรัสเซีย

• ฟิลิปปินส์ถอนตัวจากข้อตกลง VFA กับสหรัฐฯ (ก่อนกลับมาภายหลัง)

• โมร็อกโก–แอลจีเรีย ระงับข้อตกลงชายแดนบางฉบับเพราะความขัดแย้งรุนแรง

ประเทศไทยจึงมีสิทธิ์เต็มที่ตามหลักสากล

5. ข้อความ สส. พรรคประชาชน บิดเบี้ยว เพราะตัดตอน “ครึ่งเดียวของกฎหมาย”

สิ่งที่สส. พรรคประชาชนไม่บอกคือ

การละเมิดซ้ำของกัมพูชา = เงื่อนไขที่ทำให้ไทยยุติข้อตกลงได้ตามกฎหมาย

แต่เขาเลือกเสนอเพียง “ไทยต้องก้มหน้ารักษากติกา แม้อีกฝ่ายจะยิงก่อนกี่ครั้งก็ตาม”

นี่ไม่ใช่การวิเคราะห์

แต่เป็นการเมืองเชิงปฏิปักษ์ที่จงใจทำให้ไทยเสียความ ชอบธรรม

สรุปแบบไม่อ้อมค้อม

ไทยมีสิทธิ์ยกเลิกข้อตกลง

เพราะกัมพูชาคือต้นเหตุของความไม่เป็นธรรมในกติกาเสมอมา

เหตุการณ์ 12 พฤศจิกายน 2025

ไม่ใช่ “ความผิดพลาดครั้งเดียว”

แต่เป็น “พฤติกรรมซ้ำเป็นระบบ” ของฝ่ายกัมพูชา

ไทยไม่ได้ทำลายกติกา

ไทยกำลังปกป้องกติกาจากคนที่ละเมิดมันมาตลอด

แท็กที่เกี่ยวข้อง