"อัษฎางค์" ฟาดแรง! แฉ "ส.ส.ประชาชน" บิดเบือนกฎหมายระหว่างประเทศ ชี้ไทยมีสิทธิ์ยกเลิก MOU หาก "เขมร" ละเมิดซ้ำ
เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เอ็ดดี้ อัษฎางค์" ระบุว่า ข้อความของ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังสร้างภาพลวงหรือไม่ว่า “ข้อตกลงระหว่างประเทศต้องรักษาไว้ตลอด แม้เขมรจะละเมิดกี่ครั้งก็ห้ามยกเลิก”
#อัษฎางค์ยมนาค #อ่านเกมอำนาจ
“เขมรคือฝ่ายละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไทยจึงมีสิทธิ์ยกเลิกข้อตกลงได้
ข้อความนี้ถูกต้อง
"ใช้ข้อตกลงที่มีจัดการปัญหาสิครับ ถ้าระเบิดพึ่งวางจริงเราก็ยิ่งได้เปรียบ ไม่ใช่ไปยกเลิกข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อตกลงสันติภาพ ละเมิดกติกา ก็ต้องบังคับให้อยู่ในกติกา ไม่ใช่ไปยกเลิกกติกา แล้วนายกฯปล่อยให้กองทัพ ตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลง ระหว่างประเทศเองได้ยังไง"
อย่างไรก็ตาม ไม่ถูกต้องทั้งหมด
ข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่น สัญญา MOU หรือสนธิสัญญาสันติภาพ ต้องถูกบังคับใช้หากยังมีผลผูกพัน ทั้งสองฝ่ายต้องเคารพกติกา ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยกเลิกหรือถอนตัวเองโดยพลการกลางทาง ตราบใดที่ไม่มีเหตุชอบธรรมตามหลักสากล เช่น ความผิดร้ายแรงของอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามีการละเมิดร้ายแรง หรืออีกฝ่ายไม่เคารพข้อตกลงจริง สามารถใช้ขั้นตอนที่ระบุในข้อตกลงหรือในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น แจ้งยกเลิกหรือถอนได้โดยต้องแสดงเหตุผลอย่างเป็นทางการ
ดังนั้น ข้อความของ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังสร้างภาพลวงหรือไม่ว่า “ข้อตกลงระหว่างประเทศต้องรักษาไว้ตลอด แม้เขมรจะละเมิดกี่ครั้งก็ห้ามยกเลิก”
แบบนี้ไม่ใช่การวิเคราะห์
แต่เป็นการใช้ “หลักกฎหมายแบบเลือกข้าง” เพื่อโจมตีรัฐบาลและกองทัพไทย โดยละเลยข้อเท็จจริงสำคัญที่สุดข้อหนึ่ง นั่นคือ
“ข้อตกลงระหว่างประเทศยกเลิกได้ หากอีกฝ่ายละเมิดอย่างร้ายแรงและต่อเนื่อง”
นี่คือหลักในกฎหมายระหว่างประเทศจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึก หรือความเห็นของ สส. พรรคประชาชน ที่ต้องการให้คนเห็นตาม
1. ทำไมไทยยกเลิกได้? – หลักกฎหมายบอกไว้ชัดเจน
สนธิสัญญาและ MOU ทุกฉบับ มีกลไก “Termination / Withdrawal / Suspension” อยู่แล้ว
ภายใต้หลักของอนุสัญญาเวียนนา (Vienna Convention on the Law of Treaties) มาตรา 60 ที่ระบุว่า:
หากฝ่ายหนึ่ง “ละเมิดโดยสาระสำคัญ” (material breach) อีกฝ่ายมีสิทธิ์ “ระงับ หรือยุติพันธกรณี” ได้
“ละเมิดโดยสาระสำคัญ” หมายถึงการทำตรงข้ามเจตนาของข้อตกลง
เช่น
– เปิดฉากยิงก่อน
– เคลื่อนกำลังทหารเข้าพื้นที่ต้องห้าม
– ไม่เคารพเส้นแบ่งเขตที่กำหนดไว้
– บิดเบือนคณะกรรมาธิการร่วม (JBC)
และกรณีไทย–กัมพูชา ไม่ใช่แค่ตรงเกณฑ์ แต่ “เกินเกณฑ์” มานานแล้ว
2. นี่ไม่ใช่ครั้งแรก — แต่มันเป็น “รูปแบบซ้ำ” ของกัมพูชา
ใครที่ตามชายแดนไทย–กัมพูชามาตลอด จะรู้ว่านี่คือพฤติกรรมประจำของฝั่งเขมร
ทุกครั้งไทยประท้วง
ทุกครั้งกัมพูชายืนกรานไม่รับ
ทุกครั้งเหตุการณ์จบด้วยการซ้ำรอยใหม่
นั่นหมายความว่า “ระบบร่วมกันบริหารปัญหา” ล้มเหลวฝั่งเดียว ไม่ใช่ทั้งสองฝ่าย
3. เหตุการณ์ 12 พฤศจิกายน 2025 คืออีกหนึ่งหลักฐานว่ากัมพูชาละเมิดก่อน
ในรอบล่าสุดนี้
– มีภาพบังเกอร์ไทยถูกยิงกว่า 30 นัด
– คลิปจากทหารไทยบันทึกเสียงยิงจากฝั่งกัมพูชา
– กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่าไทย “ถูกยิงก่อน” จากหมู่บ้านเปรยจัน
– ฝ่ายกัมพูชารายงานกลับหัว โดยกล่าวหาว่าไทยยิงพลเรือน
พฤติกรรมสำคัญของรัฐบาลฮุน มาเนตคือ
ใช้ narrative ว่า “ไทยรุกราน” ตลอด แม้หลักฐานภาคสนามชี้ตรงข้ามก็ตาม
นี่คือ pattern เดิมตั้งแต่ยุคฮุน เซน
และมันคือเหตุผลว่าทำไมการอ้าง “กติกา” จากเขมรจึงไร้น้ำหนัก
4. การถอนตัวหรือยกเลิก MOU จึง “มีเหตุผลรองรับ” ไม่ใช่การทำลายความสัมพันธ์
ประเทศไทยไม่ได้ถอนตัวจากข้อตกลงเพราะอารมณ์
แต่เพราะเหตุผลที่สังคมโลกยอมรับได้:
เมื่ออีกฝ่ายละเมิดอย่างต่อเนื่องและไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการแก้ไขตามกลไกเดิม
นี่คือสิ่งที่กฎหมายระหว่างประเทศอนุญาต
และเป็นสิทธิที่ประเทศอธิปไตยทุกชาติใช้ได้
ในหลายกรณี การยกเลิกข้อตกลงคือ “การกู้คืนอำนาจต่อรอง”
ในโลกจริง ข้อตกลงไม่ใช่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
หากฝ่ายหนึ่งละเมิดหนักจนอีกฝ่ายเห็นว่าไม่สามารถเดินต่อได้จริง ประเทศนั้นสามารถ “ถอนตัว” ได้
ตัวอย่างบนโลกจริงมีหลายกรณี เช่น
• สหรัฐฯ ถอนตัวจากสนธิสัญญา INF กับรัสเซีย
• ฟิลิปปินส์ถอนตัวจากข้อตกลง VFA กับสหรัฐฯ (ก่อนกลับมาภายหลัง)
• โมร็อกโก–แอลจีเรีย ระงับข้อตกลงชายแดนบางฉบับเพราะความขัดแย้งรุนแรง
ประเทศไทยจึงมีสิทธิ์เต็มที่ตามหลักสากล
5. ข้อความ สส. พรรคประชาชน บิดเบี้ยว เพราะตัดตอน “ครึ่งเดียวของกฎหมาย”
สิ่งที่สส. พรรคประชาชนไม่บอกคือ
การละเมิดซ้ำของกัมพูชา = เงื่อนไขที่ทำให้ไทยยุติข้อตกลงได้ตามกฎหมาย
แต่เขาเลือกเสนอเพียง “ไทยต้องก้มหน้ารักษากติกา แม้อีกฝ่ายจะยิงก่อนกี่ครั้งก็ตาม”
นี่ไม่ใช่การวิเคราะห์
แต่เป็นการเมืองเชิงปฏิปักษ์ที่จงใจทำให้ไทยเสียความ ชอบธรรม
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม
ไทยมีสิทธิ์ยกเลิกข้อตกลง
เพราะกัมพูชาคือต้นเหตุของความไม่เป็นธรรมในกติกาเสมอมา
เหตุการณ์ 12 พฤศจิกายน 2025
ไม่ใช่ “ความผิดพลาดครั้งเดียว”
แต่เป็น “พฤติกรรมซ้ำเป็นระบบ” ของฝ่ายกัมพูชา
ไทยไม่ได้ทำลายกติกา
ไทยกำลังปกป้องกติกาจากคนที่ละเมิดมันมาตลอด