"นิพิฏฐ์" เตือนแรง! อย่าประมาท ‘บุรีรัมย์โมเดล’ หลังพยานคดีฮั้ว สว.กลับคำ เคยเกิดขึ้นจริง
วันที่ 17 พ.ย.68 นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ระบุว่า...
คดีฮั้ว สว.อย่าประมาท กรณีพยานกลับคำ
ผมมีประสบการณ์เรื่องนี้ ตอนเลือกตั้งครั้งหนึ่ง มีการถ่ายบัตรประชาชน และส่งสำเนาบัตร เข้าศูนย์เลือกตั้งของพรรคการเมือง
ผมเก็บข้อมูลได้ จึงส่งสำเนาบัตรที่ถูกถ่ายส่งไปให้กกต. เพื่อให้กกต.ตรวจสอบว่า เขาส่งสำเนาบัตรไปให้ศูนย์เลือกตั้งของผู้สมัครทำไม
กกต.ก็ออกสุ่มตัวอย่างตามสำเนาบัตร มีพยาน 4- 5 คน ให้การว่า มีคนมาให้เงินคนละ 500 บาท เพื่อให้เลือกผู้สมัคร
ผมคิดว่าเพียงพอแล้ว ที่จะวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งมิได้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะพยานมาจากการสุ่มตัวอย่างของกกต.
หลังจากนั้น 1 เดือน พยานทั้ง 4- 5 คน กลับคำให้การหมด โดยให้การใหม่ว่า เงินที่มีผู้นำมาให้ ตนได้มาคิดใหม่แล้ว มิใช่เงินที่ให้เพื่อให้เลือกผู้สมัคร แต่เป็นเงินที่รับไว้เป็นเงินฉลองปีใหม่,เป็นเงินค่าฉีดวัคซีนไก่,เป็นเงินค่าไปเรียนหนังสือที่วิทยาลัยครูสงขลา,เป็นเงินค่าซื้อน้ำมันพืช,
ผมคิดว่าปกติเวลาพยานกลับคำ ศาลมักจะเชื่อการให้การครั้งแรกมากกว่าการให้การครั้งหลัง
ที่ตลกมาก คือ ตามบันทึกการสอบสวนของกกต. ระบุว่ากกต.เดินทางไปสอบพยานที่กลับคำให้การที่บ้านของพยาน
ผมเลยงงว่า เจ้าหน้าที่รู้ได้อย่างไรว่าพยานจะกลับคำจึงเดินทางไปสอบถึงบ้าน
เมื่อกกต. รับฟังคำให้การของพยานทั้ง 4-5 คน ที่กลับคำให้การ ผมคิดว่า มีเหตุผลที่ผมจะฟ้อง กกต.แล้ว
แต่สุดท้ายศาลพิพากษายกฟ้อง ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่สอบสวนของกกต. ได้เดินทางมาขอโทษผมถึงบ้าน ขออภัยที่ทำให้พยานกลับคำ และ เดินทางไปสอบพยานใหม่ถึงบ้าน แต่ผมไม่ควรนำเหตุผลของพนักงานสอบสวนของกกต.มากล่าวในที่นี้ว่าเขาทำไปเพราะอะไร ผมอโหสิให้แล้ว
ผมจึงเตือน ทนายอั๋น และ สว.สำรอง ว่า อย่าคิดว่า พยานที่กลับคำจะไม่มีน้ำหนัก เพราะเรื่องแบบนี้ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เขาเรียกว่า “บุรีรัมย์โมเดล” ซึ่ง“บุรีรัมย์โมเดล” แผ่รังสีไปทั่วประเทศและครอบคลุมทุกวงการ
#นิพิฏฐ์อินทรสมบัติ #คดีฮั้วสว #บุรีรัมย์โมเดล #การเมืองไทย #พยานกลับคำ #เลือกตั้ง #ข่าวการเมือง