"จตุพร" ซัดอดีตรัฐบาลยอมทรัมป์จนเสียปราสาทตาควาย ชี้ปกป้องดินแดนต้องมาก่อนกำแพงการค้าสหรัฐฯ แนะ "ทักษิณ" ใจนิ่ง อิสรภาพยังอีกไกล
วันที่ 18 พ.ย.68 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ ระบุว่า...
ชี้ภาค ปชช.ยึดเอาปกป้องดินแดน รักษาอธิปไตยชาติเป็นหลักเหนือกำแพงการค้าสหรัฐ เย้ยอดีต รบ.หน่อมแน้มกุมเป้ายอมตามทรัมป์สั่งลงนามหยุดยิง จนนำพาเสียปราสาทตาควายเพื่อแลกกับลดกำแพงภาษี ปลอบทักษิณ อิสรภาพยังถูกจองจำอีกนาน แนะใจนิ่งๆ นึกถึงคนอีกจำนวนที่สู้ให้จนตายในคุกและสิ้นอิสรภาพในเรือนจำและเจ็บช้ำกับบาดแผลครอบครัวแตกแยก
เมื่อ 17 พ.ย. 2568 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน"ทางสองแพร่ง!" ว่า กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา กับกำแพงภาษีการค้าทรัมป์ เป็นปัญหาถกเถียง ประชดประชันที่ไทยต้องเลือกให้สอดคล้องสถานการณ์ ส่วนตนยึดมั่นทางเลือกปกป้องอธิปไตยของดินแดนไทยต้องมาก่อนการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐ เพราะสิ่งนั่นสะท้อนถึงศักดิ์ศรีของไทยและเอกราชของชาติ
อีกทั้งกล่าวว่า ส่วนทัศนคติคนไทยบางจำพวก โดยเฉพาะคอลัมนิตส์ “ใบตองเปียก” ให้ยึดหลักการค้าอยู่เหนืออธิปไตยดินแดน ขณะที่พรรคการเมืองบางพรรคนับญาติกับผู้นำกัมพูชาเป็น "อังเคิล" แล้วไปเจรจาหยุดยิงไม่มีเงื่อนไขทันทีเมื่อ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา ล้วนแสดงความหน่อมแน้มไร้เดียงสากับปัญหาไทย-กัมพูชา แต่อวดรู้ โชว์เก่งกับการยึดมั่นทางเลือกการค้าเหนืออธิปไตยดินแดนจนนำพาสู่ความฉิบหายและตกเป็นเบี้ยล่างให้สหรัฐกดดัน
"ขณะนี้เห็นชัดเจนว่า การเจรจา (กำแพงภาษี) ที่หน่อมแน้มนั้น ถูกทรัมป์กดภาษีการค้า ถ้าไทยยังยอมเอามือกุมเป้าให้เขาเมตตาแล้ว จนสุดท้ายยอมหยุดยิง (เมื่อ 28 ก.ค.) สหรัฐก็ไม่เมตตาลดกำแพงภาษี ส่งผลให้ปราสาทตาควายของไทยถูกกัมพูชาละเมิดดินแดนเข้ายึดครอง ถึงปัจจุบันยังยากจะเอาคืน”
สิ่งสำคัญหากไทยตั้งหลักยึดมั่นรักษาอธิปไตยดินแดนเอาไว้แล้ว การเจรจาการค้าจะกลายเป็นเรื่องเล็ก ซึ่งประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐคงแยกแยะสิ่งผิดกับถูกได้บ้าง ดังนั้น โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องอับอายเมื่อเป็นสักขีพยานลงนามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ แต่กัมพูชากลับละเมิดดินแดนไทยอีก โดยลอบวางทุ่นระเบิดในดินแดนไทยทำให้ทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดหนึ่งนาย
ส่วนสหรัฐไม่ตำหนิกัมพูชา แต่กดดันบังคับให้ไทยยึดมั่นปฎิญญาสันติภาพให้มั่นคง ซึ่งท่าทีของทรัมป์ ผู้นำประเทศมหาอำนาจมีพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้ ไทยต้องมีปากมีเสียงแสดงความไม่พอใจให้ทั้งโลกได้รับรู้ ว่า ไทยต้องยึดหลักอธิปไตยเหนือดินแดน โดยการเจรจากำแพงภาษีการค้ากับสหรัฐเป็นด้านรอง
“ในสถานการณ์ขณะนี้ ปัญหาไทย-กัมพูชา เมื่อไทยถูกละเมิดอธิปไตยแล้ว จึงต้องแยกแยะการทำหน้าที่เพื่อปกป้องดินแดน โดยประชาชนทำหน้าที่ประชาชน รัฐบาลทำหน้าที่รัฐบาล และทหารทำหน้าที่ทหาร สิ่งสำคัญเราต่างมีหน้าที่เอาชาติ บ้านเมืองมาเป็นที่ตั้ง"
กรณีอัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 กับทักษิณ ชินวัตร นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อศาลชั้นต้นยกฟ้อง ตนถูกนางแบก-นายแบกแดกดันพอสมควร แต่ อสส. อุทธรณ์เพราะเป็นคดีนอกราชอาณาจักรจึงเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม ความจริงของทักษิณ ควรนึกถึงคนที่ออกมาต่อสู้ทางการเมืองให้ เพราะบางคนวันนี้ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ส่วนบางคนตายในเรือนจำ โดยชะตากรรมเช่นนี้เป็นผลมาจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ซึ่งทักษิณได้ประโยชน์ด้วยส่วนหนึ่ง
"ลูกๆ ทักษิณ ออกมาพูดว่า ทักษิณ เสียใจ เจ็บช้ำนั้น แต่บรรดาคนที่ต่อสู้ทางการเมืองเพื่อทักษิณ พวกเขาเสียใจและเจ็บช้ำมากกว่าทักษิณเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ทักษิณ เจอเพียงแค่น้อยนิดกับคดีทุจริตและ ม.112 เป็นเศษเสี้ยวของพวกเขาเท่านั้น ทั้งที่ทักษิณ เป็นแค่หนึ่งชีวิต และมีหนึ่งลมหายใจเท่ากับคนอื่น”
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อ อสส.อุทธรณ์คดี ม.112 แล้ว จะเป็นเหตุให้ทักษิณ ไม่ได้รับการพักโทษติดคุก ซึ่งโทษติดคุก 1 ปีในกรณีข้อหาชั้น 14 ถือว่าโดนโทษน้อยกว่าคนอื่นด้วยซ้ำเพราะบางคนได้ต่อสู้ทางการเมืองจนติดคุกตายในเรือนจำ ดังนั้น โอกาสของทักษิณ จึงอยู่ที่การอภัยโทษทั่วไปถ้ามีคุณสมบัติเข้าตามเกณฑ์เรือนจำกำหนด
"ผมหวังว่า ทักษิณจะได้นึกถึงชีวิตคนอื่นที่เขาเสียไป อย่างไรก็ตาม ภาษากฎหมายเรียกลาภมิควรได้ ถ้านึกย้อนไปพิจารณาแล้ว โทษติดคุกอาจจะมีมากกว่า 1 ปีอีก เพราะหลายเรื่องยังไม่เข้าสู่การพิจารณา และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) จะดำเนินคดีเรื่องชั้น 14 อีก และการถวายฎีกาครั้งแรกนั้น ทำได้หรือไม่ ดังนั้นให้หายใจไว้ลึกๆ”
ส่วนศาลฎีกาให้ทักษิณ ชดใช้เงินคืนรัฐจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาทนั้น ถัดจากนี้ไปจะเป็นกระบวนการของกรมสรรพากรจะกำหนดให้ชดใช้อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีคดีของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ทั้งกรณีโรงแรมรุกที่ดินเขาใหญ่ ใช้ตั๋วพีเอ็น จึงต้องติดตาม
"ทั้ง อสส.ยื่นอุทหรณ์คดี 112 และชดใช้เงินคืนรัฐ 1.7 หมื่นล้าน บ่งบอกถึงเสรีภาพทักษิณต้องถูกจองจำในเรือนจำอีกต่อไป ดังนั้น นายกฯ รุ่นต่อไปจะเป็นใครก็ตาม ต้องคิดให้ดีในเรื่องชาติ เรื่องแผ่นดิน แม้เรื่องเช่นนี้จะมาช้า แต่ผลลัพธ์ไม่เคยเปลี่ยน"
นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญถ้าไม่มีคำมั่นสัญญาและยึดสัจจะแล้ว จะนำพาไปสู่ความสูญเสียทุกอย่าง จนนำตัวเองไปอยู่ในแดนทุ่งสังหาร ส่วนการเรียกร้องแสวงหาความยุติธรรมนั้น แล้ววันที่เกิดขึ้นกับคนอื่นที่เขาไปตายให้ตัวเอง เขาก็ไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นเดียวกัน ทำไมไม่มีสัจจะยึดถือไว้
ดังนั้น เมื่อวันนี้คดีของทักษิณ ทั้งสองเรื่องมาบรรจบกัน ย่อมทำให้ออกจากคุกไม่ทันเลือกตั้ง และการคืนเงิน 1.7 หมื่นล้านก็ไม่ทางอื่นแล้ว แม้ถือเป็นข้อยุติจบสิ้นกันไป แต่จะทำให้เรื่องราวอื่นเพิ่มคดี ประเดประดังกันมาอีก
#จตุพร #ทักษิณ #ปราสาทตาควาย #การเมืองไทย #ข่าวด่วน #ข่าวการเมือง #สยามรัฐออนไลน์