นายกฯ แถลงผลปฏิบัติการ “ตัดหมอก เวียงแหง” ปราบการสวมสิทธิ - ยาเสพติด ภาคเหนือ บอก น่าอับอาย ขรก.ทุจริต โยงทุนจีนสีเทา ก่อนส่องพระเก๊

การเมือง20 พ.ย. 2568 • 13:52 น.
นายกฯ แถลงผลปฏิบัติการ “ตัดหมอก เวียงแหง” ปราบการสวมสิทธิ - ยาเสพติด ภาคเหนือ บอก น่าอับอาย ขรก.ทุจริต โยงทุนจีนสีเทา ก่อนส่องพระเก๊

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 พ.ย. 68 ที่กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค 5 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  เป็นประธานในการแถลงผลการดำเนินคดี และ ขบวนการสวมสิทธิและทำหลักฐานเท็จในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และผลปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ณ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  โดยมี พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 5 ฝ่ายปกครอง  สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

นายกฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ ในการขอมีสถานะคนต่างด้าว เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งสื่อมวลชนเรียกว่า ส่วยสัญชาติ ซึ่งรัฐบาลเห็นว่า เป็นการบ่อนทำลายนิติรัฐ นิติธรรม และเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ จึงสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดการตรวจสอบ และแก้ปัญหาโดยทันที ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้ง กรมการปกครอง ตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท. ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ร่วมกันบูรณาการสืบสวนสอบสวนขยายผล พบว่าเป็นขบวนการทุจริตที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มจีนเทา ที่เป็นภัยกับความมั่นคงของชาติ จึงได้บูรณาการเปิดปฎิบัติ “ ตัดหมอก เวียงแหง” เพื่อตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตที่เกี่ยวกับการให้สิทธิอาศัยถาวรของคนต่างด้าวโดยมิชอบ โดยจากการสืบสวนและขยายผล พบว่า ขบวนการนี้เกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทา ซึ่งเป็นภัยความมั่นคงของชาติ

นายกฯ กล่าวว่า มติ ครม.เรื่องนี้ เกิดขึ้นในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และมีผลเริ่มกระบวนการยื่นขอสถานะ และเกิดขึ้นในช่วงที่ตนได้พ้นตำแหน่งไป และเมื่อตนกลับมามีอำนาจเต็ม ในฐานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้กรมการปกครอง สืบสวนสอบสวน เร่งดำเนินการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเร็วที่สุด เช่นกรณี อ.ฝาง ที่มีผู้ใหญ่บ้านเรียกรับเงินจากผู้มีสิทธิ ก็มีการสอบสวนวินัย และปัจจุบันได้ถูกลงโทษให้ออกจากราชการแล้ว

นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าอับอายและเลวร้ายที่กลุ่มขบวนการนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ที่ไปหาประโยชน์กับสิทธิของคนที่รอกว่า 4.8 แสนคนที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทย ซึ่งบางคนรอคอยมากว่า 30-40 ปี ซึ่งเราได้รับการชื่นชมจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ  UNHCR ในการยุติการไร้สัญชาติ แต่กลับมีการหาผลประโยชน์กับสิทธิของคนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น อีกทั้งแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน  รวมถึงการใช้ช่องว่าง ของระบบทะเบียนราษฎร์ และสัญชาติเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มจีนเทา ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เพราะถือเป็นการเปิดทางให้กับอาชญากรรมข้ามชาติ และธุรกิจผิดกฎหมายเข้ามาปลอมแปลงตัวตน ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงโดยตรงกับประเทศ โดยรัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้

นายอนุทิน กล่าวว่า จากข้อมูลทราบว่า ที่อำเภอเวียงแหง เหมือนเป็นเมืองหลวงของการทุจริตในการสวมสิทธิสถานะบุคคลมาอย่างยาวนาน เพราะทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 และเคยมีการจับกุมดำเนินคดีระดับปลัดอำเภอในคดีนี้ ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี และอีกคดีในปี 2563 ซึ่งถูกลงโทษให้ออกจากราชการแล้ว แต่ยังกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีกในปีนี้  จึง เป็นเหตุให้กระทรวงมหาดไทยต้องขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ดำเนินการล้างบางให้สิ้นซาก ไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก การจับกุมขบวนการทุจริตครั้งนี้ เป็นครั้งแรก ที่กระทรวงมหาดไทย ออกหมายจับระดับนายอำเภอ จังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนเพียงเล็กน้อย ต้องแลกมาด้วยกับความก้าวหน้าทางราชการ สะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่า ตั้งใจทำให้เห็นว่า ตั้งใจจริง เอาจริง และปราบปรามต่อ กระบวนการนี้ที่ก่อให้เกิดภัยความมั่นคงแห่งชาติและความมั่นคงไม่ว่าจะตำแหน่งหรือสถานะใดก็ตาม

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนในฐานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย เราจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเช่นนี้ต่อไป เพื่อความมั่นคงแน่วแน่ ทำบ้านของเราให้สะอาด ฟื้นความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง

นายกฯ ยังได้รายงานผลการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญที่ใช้เป็นเส้นทาง ลำเลียงยาเสพติดจากนอกประเทศเข้าสู่ประเทศไทย และกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหารตำรวจ ป.ป.ส. รวมถึงฝ่ายปกครอง ได้บูรณาการกำลังอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านข่าวกรอง การปิดล้อมตรวจค้น การสกัดกั้นตามเส้นทางธรรมชาติ และการขยายผลไปถึงผู้สั่งการและเครือข่ายทางการเงิน

นายกฯ กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการในรอบล่าสุด มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถยึดของกลางยาเสพติดเป็นจำนวนมาก และสามารถจับกุมผู้ต้องหา ในขบวนการลำเลียงและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและพยานหลักฐานที่นำไปขยายผลได้ ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้า ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ด้วยปฏิบัติการ "ตัดวงจรทั้งระบบ" ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ลำเลียง ผู้ค้ารายย่อย ไปจนถึงเครือข่ายการเงินที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด รัฐบาลได้ประกาศเป็นศัตรูกับผู้ค้ายาเสพติทุกรูปแบบและต้องการแสดงให้เห็นว่า ผู้ฝักใฝ่หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะต้องได้รับโทษอย่างรุนแรงรัฐบาล  พร้อมสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

นายกฯ ยังได้ชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละในการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันท้อถอย การปฏิบัติหน้าที่ของทุกท่าน ถือเป็นแบบอย่างแห่งความรับผิดชอบ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัยและปลอดยาเสพติด จากอาชญากรรมประเภทอื่นๆ  เช่น ออนไลน์ สแกมเมอร์ บ่อนการพนัน การฟอกเงิน และธุรกิจสีเทาอย่างยั่งยืน และขอให้ประชาชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญ โดยการแจ้งเบาะแส ดูแลคนในครอบครัวด้วยความรักความเข้าใจ สนับสนุนการบำบัด และ ร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ต่อต้านการกระทำที่ ผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องลูกหลานของเรา และเพื่อสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

จากนั้นนายกฯ ได้ เดินตรวจสอบปืนของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดจากบ้านผู้ต้องหา และได้หยิบพระที่เป็นของกลางขึ้นมาส่อง พร้อมกล่าวว่า “อันนี้พระเก๊” จนทำให้เกิดเสียงฮือฮาในห้องแถลงข่าว ก่อนที่นายกฯ จะหยิบพระองค์อื่นขึ้นมาส่องต่อ พร้อมกล่าวว่า “ทองเเท้ แต่พระเก๊ พระอยู่กับคนดี ไม่อยู่กับคนไม่ดี เพราะนี่พระเก๊หมดเลย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง