"ป.ป.ช." มีมติฟัน "อดีต ส.ส.เพื่อไทย" ปมดื้อไม่คืนที่ดิน ส.ป.ก. แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว

การเมือง8 ธ.ค. 2568 • 15:01 น.
"ป.ป.ช." มีมติฟัน "อดีต ส.ส.เพื่อไทย" ปมดื้อไม่คืนที่ดิน ส.ป.ก. แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.68 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดคดีนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถือครองที่ดินตามหลักฐานหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01 ข) เลขที่ 2443 แปลงเลขที่ 2 กลุ่มที่ 2052 ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด เนื้อที่ประมาณ 49-1-59 ไร่

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ เปิดเผยว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนพบว่านายจิรพงษ์ถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามหนังสืออนุญาตฯ ออกให้ ณ วันที่ 4 ก.ค.44 และหลังจากได้รับเลือกตั้งให้เป็น สส.และเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พ.ค.62 เป็นช่วงเวลาที่มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับแล้ว นายจิรพงษ์ยังคงยึดถือ ครอบครอง และแสวงหาประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวเพื่อปลูกต้นยางพาราและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นยางเรื่อยมา ทั้งที่ทราบดีว่าคุณสมบัติในการได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้นหมดสิ้นไป เนื่องจากไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักและมีรายได้ประจำจากเงินเดือนและค่าตอบแทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว

การที่นายจิรพงษ์เพิกเฉยไม่แจ้งสละสิทธิการครอบครองที่ดิน หรือส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวคืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยง จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองและก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของ สส.

คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่าการกระทำของนายจิรพงษ์เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง โดยให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าวต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 ต่อไป

#ปปช #เพื่อไทย #สปก #สส #ข่าวการเมือง #จริยธรรมการเมือง #ศาลฎีกา #ทุจริต #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง