“อนุทิน” แจ้งที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นับถอยหลังยุบสภา เร็วกว่า 31 ม.ค.69 คืนอำนาจ ปชช. ย้ำ รบ.รักษาการไม่ปล่อยให้ประเทศคับขัน

การเมือง9 ธ.ค. 2568 • 17:51 น.
“อนุทิน” แจ้งที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นับถอยหลังยุบสภา เร็วกว่า 31 ม.ค.69 คืนอำนาจ ปชช. ย้ำ รบ.รักษาการไม่ปล่อยให้ประเทศคับขัน

เมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 9 ธ.ค. 68 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 6/2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณในความร่วมมือของทุกท่านที่มาร่วมประชุมกันในวันนี้ สิ่งไหนที่มอบให้กับตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล  ขอให้ทุกท่านมีความมั่นใจ คลายความกังวลใจว่า ตั้งแต่ตนได้เข้ามาทำหน้าที่นายกฯ และได้บริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ตนได้รับความร่วมมืออย่างดี จากพวกท่านทุกคนในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ไม่มีสิ่งใดที่ตนรู้สึกเคลือบแคลงใจ หรือรู้สึกว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากพวกท่านเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

นายกฯ กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ทางการเมืองใดๆที่เกิดขึ้น เวลาของรัฐบาลของตน ก็ต้องนับถอยหลังแล้ว เพราะเรามีภารกิจที่เข้ามา เพื่อดำเนินการทางการเมืองให้เรียบร้อย และคืนอำนาจกลับคืนสู่ประชาชน เพื่อให้เขาได้ตัดสินใจมีรัฐบาลชุดใหม่ ความสำคัญของหัวหน้าส่วนราชการต้องคอยประคับประคองขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ก็ขอให้ท่านดำเนินการอย่างเต็มที่ เพราะหากมีการยุบสภา ซึ่งไม่นานจากนี้แล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้วัน ว. เวลา น. ที่แน่นอนเมื่อไหร่เท่านั้น แต่เต็มที่ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.2569 แต่ท่าทางจะไม่ถึงมากกว่า

นายกฯ กล่าวว่า ในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ตนอยากให้คำมั่นสัญญากับพวกท่านในฐานะที่ท่านเป็นข้าราชการประจำ หัวหน้าส่วนราชการว่า ตนจะเคร่งครัดทั้งมารยาท กฎระเบียบที่รัฐบาลรักษาการได้ถูกกำหนดให้ดำเนินการ ท่านไม่ต้องมีความกังวลใดๆว่า ตนจะทำสิ่งใดที่นอกเหนือข้อกำหนดในด้านของกฎหมาย ด้านธรรมเนียม หรือในด้านหลักปฏิบัติ สิ่งที่ตนทิ้งไว้ให้พวกท่านต้องถือเป็นทุกขลาภ เพราะมีภารกิจและมีนโยบายมากมายที่จะต้องดำเนินการไปยังประชาชน  ขอให้ท่านไม่ต้องแผ่ว สิ่งที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปแล้ว หรือผ่านรัฐสภาไปแล้ว ขอให้ดำเนินการขับเคลื่อน เหยียบคันเร่งให้เต็มที่จะได้ตกไปถึงประชาชน และเป็นประโยชน์กับชาติ เพราะมีปัญหาเฉพาะหน้ามากมาย สืบเนื่องมาจากภัยพิบัติปัญหาใหญ่ของชาติ ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมในเรื่องสแกมเมอร์

นายกฯ กล่าวว่า ล่าสุดเรื่องความขัดแย้งกับกัมพูชา ซึ่งเราจะต้องร่วมกันเดินหน้าต่อไป หยุดไม่ได้ เพราะถ้าหยุดก็แพ้ทันที เราไม่มีทางเลือกอื่นต้องผนึกกำลังกัน และสุดท้ายคือเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่มักจะมีเหตุที่มาคอยเป็นอุปสรรคในการดำเนินการ ตนยังเชื่อว่าด้วยความเข้มแข็งและการจัดวางระบบของราชการฝ่ายประจำ ท่านจะนำพาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ตนยังพร้อมที่จะให้การสนับสนุนภารกิจของทุกท่านอย่างเต็มที่ รัฐบาลของตนได้ทำการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลักความสุจริต โปร่งใส มีความรับผิดชอบ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และมุ่งให้หน่วยงานของรัฐทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นมาจนถึงระดับส่วนกลางมีความสามัคคี และปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน การใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ จะต้องให้มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการในแนวทางนี้มาโดยตลอด ขอให้มีความพร้อมในการทำงาน และไม่ต้องเกรงกลัวกับอำนาจ หรืออิทธิพลใดๆที่จะทำให้เรากระทำในสิ่งที่ขัดรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมาย ขัดความยุติธรรม และทำให้ความพยายามใดๆ ก็ตามที่จะเป็นการตอบสนองทางการเมือง หรือการกระทำผิด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ประสบผลสำเร็จ

“ผมได้เห็นการกระทำมากมายที่เกิดขึ้นในอดีตที่ไม่ไกลจากนี้ คือการใช้กลไกอำนาจรัฐโดยมิชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มและคณะของตน ตลอดจนใช้อำนาจนั้นในการกลั่นแกล้งคนที่ขวาง หรือเป็นอุปสรรคในการดำเนินการของเขา สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าพวกท่านทั้งหลายไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งพวกท่านก็ต้องเป็นทีมเวิร์คในการทำสิ่งที่ถูกต้อง ผมมี ครม.ก็พยายามทำให้ครม.ของผมเป็นทีมเวิร์ค สมัยก่อนผมไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ เพราะไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรเยอะแยะ  แค่รับผิดชอบในหน้าที่การงานที่ถูกแต่งตั้งให้รับผิดชอบ แต่เมื่อมาอยู่ในสถานะนี้ก็ต้องรับผิดชอบในภาพรวม ผมมั่นใจว่า ถ้าข้าราชการประจำ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลความซื่อสัตย์สุจริต ความถูกต้อง อำนาจใดๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำให้ท่านทำความผิดได้“ นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้พวกท่านซี 11 แล้วได้รับการเชิดชูต่างๆไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ขอให้ท่านมั่นใจและผนึกกำลังด้วยความสามัคคี เป็นรัฐ ราชการที่แข็งแกร่งสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าท่านแข็งแกร่งแล้ว ก็จะก่อให้เกิดสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์กับประเทศกับประชาชน กับระบอบประชาธิปไตยของเรา ตนก็ต้องปล่อยให้แข็งแกร่ง ไปขวางไม่ได้ คนที่ทำงานร่วมกับตนมาโดยตลอดจะเห็นว่าตนใช้ความพยายามทุกวิถีทางในการรักษากติกา ระเบียบ และกฎหมาย ไม่เคยก้าวก่าย ก้าวล่วง ในสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่ควร แต่ตรงกันข้ามพร้อมให้การสนับสนุนในสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับการบริหารของข้าราชการอย่างเต็มความสามารถ

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราสามารถทำงานด้วยกันทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ สามารถผลักดันให้เกิดพลังอย่างมหาศาลในการพัฒนาประเทศได้อย่างแน่นอน ถ้าเรามั่นใจว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องก็ไม่ต้องไปกลัวว่าจะใช้เวลานานในการที่จะตัดสินใจอะไรสักอย่าง สิ่งเหล่านี้ตนได้ประสบพบเห็นมา ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ตนเห็นว่าถ้าเรื่องไหนก็ตามที่เราเห็นพ้องร่วมกัน ทั้งในระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติ ก็เห็นว่าถูกดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ด้วยความรวดเร็วในทุกเรื่อง สนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่มีสิ่งใดที่ต้องวิตกกังวล ตนก็สบายใจในการเห็นชอบหรืออนุมัติ ตนก็ไม่มีปัญหาในการผลักดันเจตนารมณ์ของท่านให้บรรลุผลสำเร็จ

"ถึงแม้ว่าจะมีการยุบสภาเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พวกเรายังคงต้องทำงานด้วยกันจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ และจนกว่าครม.ชุดใหม่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งนับดูคร่าวๆ ก็ยังเจอกันอีกในระยะเวลาที่ยาวนาน ขอให้มั่นใจว่า ผมยังดำรงตนให้ภารกิจของพวกท่านสำเร็จในทุกกรณี แม้จะมีกฎระเบียบอะไรต่างๆมากมาย ผมถือว่า ถ้ามีเจตนาดีและเจตนาที่จะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ถ้ามีสิ่งจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ก็จะมีเหตุการณ์อะไรที่เราคาดไม่ถึง ก็ขอให้มั่นใจว่า ผมจะใช้ทุกหนทาง ทุกวิถีทาง ที่จะทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่น" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า หลายคนที่นี้ได้สัมผัสและทำงานร่วมกัน จะเห็นการตัดสินใจตนถือว่ามีความรวดเร็วใช้เจตนารมณ์ ความเชื่อถือพวกท่านเป็นหลัก พวกท่านกล้าที่จะลงนามมา ตนก็กล้าที่จะให้ความร่วมมือในการที่จะให้ความเห็นชอบ เราต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน มันอาจมีสิ่งที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้นในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการก็ต้องมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องหาช่องทางต่างๆ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนใดๆที่จะต้องดำเนินการในฐานะที่รัฐบาลจะต้องให้ความเห็นชอบต้องประกาศ หรือดำเนินการใดๆก็ตาม เพื่อที่จะทำให้ประเทศของเราเดินหน้าต่อไปได้ ให้เกิดความปลอดภัยต่ออธิปไตย ต่อแผ่นดินของเรา สิ่งเหล่านี้ต้องคิดเผื่อๆเอาไว้ด้วย เราคงไม่ยอมที่จะใช้คำว่า รัฐบาลรักษาการที่เมื่อมีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้นก็ไม่เป็นอะไร ขอให้อึดไปอีกนิดหนึ่ง เดี๋ยวรอรัฐบาลใหม่เข้ามา ถ้าเราตัดสินใจผิดหรือไปคิดว่าให้รออีกหน่อยได้ มันอาจจะเกิดความสูญเสียอย่างมากมายต่อประเทศของเรา ตนขอยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน