“พร้อมพงศ์” หวั่นโยกย้ายขรก.บิ๊กล็อต เอื้อเลือกตั้งท้องถิ่น-เลือกสส. บี้ "กกต." ตรวจสอบ บังคับกฎหมายเท่าเทียม

การเมือง20 ธ.ค. 2568 • 15:41 น.
“พร้อมพงศ์” หวั่นโยกย้ายขรก.บิ๊กล็อต เอื้อเลือกตั้งท้องถิ่น-เลือกสส. บี้ "กกต." ตรวจสอบ บังคับกฎหมายเท่าเทียม

วันที่ 20 ธ.ค.2568 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภายหลังมีการยุบสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประกาศให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บรรยากาศทางการเมืองเริ่มคึกคัก มีการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและบุคคลทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เริ่มมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง

แต่ก็มีสิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกต ในห้วงเวลาที่เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้า จนถึงช่วงหลังการยุบสภา มีการโยกย้ายข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี นายอำเภอ ปลัดอำเภอ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน ล้วนเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญทางการเมือง

นักวิเคราะห์การเมืองและผู้คนในสังคมจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตว่า การโยกย้ายตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นการจัดวางกำลังของรัฐ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองในช่วงที่ประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งหรือไม่ ต้องไม่ลืมว่า ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ จะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกสภา อบต. ทั่วประเทศ ประมาณ 4994 แห่ง วันที่ 11 มกราคม 2569 และการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็น 2 สนามการเมืองที่มีความเชื่อมโยงกัน ท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติ

“ขอเรียกร้องผู้ที่กำกับดูแลกลไกอำนาจรัฐทุกระดับ ห้ามใช้ข้าราชการหรือกลไกรัฐเป็นเครื่องมือเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับตนเองและพวกพ้องอย่างเด็ดขาด ขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล เช่น กกต. ใช้มาตรการตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง เป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม” นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราเผชิญสถานการณ์สู้รบชายแดน ไทยกับกัมพูชา ภัยพิบัติน้ำท่วม หาดใหญ่ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทางสังคม สแกมเมอร์ ภัยไซเบอร์ แต่ประชาชนจำนวนมากตื่นตัวและคาดหวังให้การเลือกตั้งในปี 2569 เป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ปลอดจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจในภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาธิปไตยไทยในสายตาประชาชนและสังคมโลก

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเช่นไร หากเป็นไปตามกติกาที่เท่าเทียม เป็นธรรม เลือกกันอย่างขาวสะอาดบริสุทธิ์ ยุติธรรม ทุกฝ่ายก็พร้อมยอมรับ แต่หากอำนาจรัฐถูกใช้เป็นผู้เล่นในสนามเลือกตั้ง ความขัดแย้งย่อมไม่จบ และประชาชนจะเป็นผู้รับผลกระทบมากที่สุด