ป.ป.ช. เสนอเกณฑ์สกัดทุจริตเชิงนโยบายก่อนเลือกตั้ง ย้ำคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่เกี่ยวการเมือง

การเมือง23 ธ.ค. 2568 • 10:31 น.
ป.ป.ช. เสนอเกณฑ์สกัดทุจริตเชิงนโยบายก่อนเลือกตั้ง ย้ำคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่เกี่ยวการเมือง

ป.ป.ช. เสนอเกณฑ์สกัดทุจริตเชิงนโยบายก่อนเลือกตั้ง ย้ำคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล เป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่เกี่ยวการเมือง

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขา ธิการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า คดีกล่าวหา 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล (กก.) ที่ร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จะรู้ผลในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ว่า ตนยังไม่เห็นวาระ เพราะอำนาจการบรรจุวาระเป็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ยืนยันว่าคดี 44 สส. เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ตนเคยแถลงข่าวไว้ และย้ำว่าไทม์ไลน์คดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ เคยให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี 44 สส. เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การพิจารณาคดีนี้รายคน จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. 68 จากนั้นคาดว่าเร็วสุดคือเสร็จภายในเดือน พ.ย. 68 อย่างช้าไม่น่าจะเกินเดือนธันวาคม 68 ก่อน การเลือกตั้ง

นายสุรพงษ์ ยังแถลงอีกว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบให้เสนอเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย ในขั้นตอนการพัฒนานโยบาย (Policy Formation) ของพรรคการเมือง และแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อรองรับ การเลือกตั้ง สส. 69 ต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 การทุจริต เชิงนโยบาย เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมในกระบวนการพัฒนานโยบายการบริหารประเทศ และการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ ใช้อำนาจกำหนดการดำเนินนโยบายสาธารณะที่ดูเหมือนประโยชน์จะตกสู่ประชาชนหรือประเทศ แต่กลับแฝงด้วยการอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเอง หรือพวกพ้อง รวมทั้งการสร้างนโยบายในลักษณะประชานิยมที่มีการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่น ดินจำนวนมาก ขาดการศึกษาความเป็น ไปได้ของการดำเนินนโยบาย จนทำให้ เกิดภาระหนี้สาธารณะ และเกิดผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ เช่น คดีโครงการรับจำนำข้าว หรือคดีจัดซื้อกล้ายางพารา

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สำนักงาน ป.ป.ช. เห็นความสำคัญของปัญหา ดังกล่าว จึงได้ดำเนินการศึกษาเพื่อพัฒนากลไกในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย ตั้งแต่ต้นทางในขั้นตอนการพัฒนานโยบาย สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมือง โดยเห็นควรเสนอ เกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายของพรรคการเมืองต่อ กกต. โดยเกณฑ์ ดังกล่าวมีองค์ประกอบการประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ การประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย การวิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่า ความเป็นไปได้ และความเสี่ยง ของนโยบายด้วยการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ แนวนโยบายด้านเจตจำนงทางการเมืองของพรรคการเมืองในการต่อต้านการทุจริต

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง