ไทยยืนยันจัด GBC จันทบุรี! ดักคอเขมรเลิกวาทกรรม-ต้องจริงใจกู้ระเบิด

การเมือง23 ธ.ค. 2568 • 16:20 น.
ไทยยืนยันจัด GBC จันทบุรี! ดักคอเขมรเลิกวาทกรรม-ต้องจริงใจกู้ระเบิด

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 14.50 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์และรายละเอียดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) โดยยืนยันว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมระหว่างสองฝ่าย ไม่มีคนนอก สถานที่จัดการประชุมยังคงเป็นจังหวัดจันทบุรีตามเดิม แม้ฝ่ายกัมพูชาจะเคยเสนอให้เปลี่ยนไปจัดที่ประเทศมาเลเซีย แต่ฝ่ายไทยยืนยันความปลอดภัยและเป็นแผนการเดิมที่มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุปะทะ

โดยการประชุมจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 ธันวาคมนี้ โดยวันที่ 27 ธันวาคม จะเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อหาทางออก (Solution) ในประเด็นความขัดแย้งและลงนามข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยคาดหวังให้กัมพูชาแสดงความจริงใจในการหยุดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่สร้างวาทกรรมที่สวนทางกับการกระทำ โดยเฉพาะประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตทหารและพลเรือน รวมถึงสภาพจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย

ซึ่งในครั้งนี้อาเซียนได้รับรองแล้วว่าทุ่นระเบิดมีความอันตราย หากกัมพูชายังไม่ร่วมมือก็อาจใช้กลไกของทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เข้ามาตรวจสอบและร่วมกันประณาม โดยความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดยืนและเหตุผลสากลที่ฝ่ายไทยได้นำเสนอไป นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จันทบุรีอย่างเข้มงวดเพื่อดูแลผู้มาเยือนในฐานะเจ้าบ้านที่ดี

ด้านสถานการณ์ด้านสาธารณสุข ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าขณะนี้มีการปิดโรงพยาบาลใน 7 จังหวัดชายแดน รวมทั้งหมด 18 แห่ง โดยแบ่งเป็นการปิดโดยสมบูรณ์ 9 แห่ง และปิดบางส่วนเพื่อเปิดเฉพาะห้องฉุกเฉินอีก 9 แห่ง นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เกือบ 200 แห่งที่ต้องปิดทำการเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ สำหรับพื้นที่จังหวัดสระแก้ว มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะโรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ที่เริ่มมีการทยอยอพยพคนไข้ไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมแผนรองรับไว้ถึง 4 ระดับ หากมีการโจมตีด้วยอาวุธที่รุนแรงขึ้น เพื่อให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและบุคลากรเป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุดผ่านระบบโรงพยาบาลคู่เครือข่าย

ขณะที่ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มการโจมตีก่อน โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับคำยืนยันจากการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับนายทรัมป์ รวมถึงการประสานงานอย่างต่อเนื่องระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ที่มีความเข้าใจในท่าทีของไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะประเด็นที่นายทรัมป์เรียกว่า "อุบัติเหตุริมทาง" (Roadside Accident) นั้น ฝ่ายไทยยืนยันว่าเป็นเรื่องของทุ่นระเบิดที่เป็นภัยร้ายแรงและต้องเร่งดำเนินการตามกรอบอนุสัญญาออตตาวาและสหประชาชาติ โดยไทยยืนยันการใช้สิทธิ์ปกป้องตนเองตามหลักสากล

ด้านการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้มีการยกระดับความเข้มงวดทั้งในด่านตรวจคนเข้าเมืองและช่องทางธรรมชาติ โดยร่วมกับกองกำลังบูรพาและฝ่ายปกครองในการจับกุมผู้ที่ลักลอบหนีกลับมาจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กระบวนการคัดกรองทางวิทยาศาสตร์และฐานข้อมูลระบบ "Thai Police Online" เพื่อตรวจสอบหมายจับ โดยเฉพาะกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ รวมถึงการตรวจสอบคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ (NRM) หากพบว่ามีความผิดหรือมีหมายจับจะดำเนินการส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง