“สาทิตย์” ฟาดแรง! ปชป.กางมติพรรคขวาง “กล้าธรรม” ลั่นไม่ทนการเมืองสีเทา เย้ยบางพรรคปอดแหกหนีดีเบต
ประชาธิปัตย์ยุคใหม่เอาจริง! “สาทิตย์ วงษ์หนองเตย” ย้ำชัดจุดยืน “อภิสิทธิ์” ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนตัว แต่เป็นมติพรรคผูกพัน แบไต๋ไม่เผาผี “กล้าธรรม” ลั่นประชาชนไม่ทนทุนสีเทา พร้อมฉะพรรคสีส้มอ้างกฎหมายปิดปากไม่กล้าประกาศจุดยืนร่วมรัฐบาล แถมท้าแคนดิเดตนายกฯ บางคน อย่ามัวแต่กบดาน รีบขึ้นเวทีดีเบตแสดงสปิริตประชาธิปไตย!
วันที่ 24 ธ.ค.2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึง จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ว่านี่ถือเป็นจุดยืนทางการเมือง ที่ไม่ใช่เฉพาะของหัวหน้าพรรคและ พรรคประชาธิปัตย์ เท่านั้น แต่เกิดจากการรับฟังเสียงประชาชน ผ่านโครงแคมเปญ “ประเทศไทยไม่ทน” ซึ่งประชาชนบอกว่า ไม่สามารถทนกับการเมืองสีเทา และ การทุจรติได้ การประกาศจุดยืนเช่นนั้นของนายอภิสิทธิ์ เป็นความกล้า และ เมื่อประกาศไปแล้ว มีเสียงวิจารณ์ว่า ที่สุดแล้ว ก็เหมือนเดิม ว่า เมื่อหัวหน้าประกาศจุดยืนไปแล้ว กรรมการบริหารพรรคก็มีมติ อีกทางเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แล้ว สุดท้าย หัวหน้าพรรคก็ลาออก แต่มาวันนี้นายอภิสิทธิ์ ประกาศในที่ประชุม กก.บห. เองว่าขอให้เป็นมติผูกพัน และในทางข้อบังคับพรรคถือเป็นการผูกพันไปถึงหลังเลือกตั้ง และ เมื่อถึงเวลานั้น ไม่วาอะไรจะเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ จะอยู่จนครบวาระ เพื่อทำการเมืองต่อไป
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า รู้สึกแปลกใจ ว่าเมื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมแล้ว ทำไม พรรคประชาชน ถึงบอกว่า พูดไม่ได้ อ้างว่า กลัวผิดกฎหมาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็เคยประกาศมาแล้ว จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย จึงสงสัยว่า ทำไมคราวนี้ ถึงประกาศไม่ได้ ดังนั้น เห็นว่า การเมืองควรมีจุดยืนที่ชัดเจน ความตั้งใจของนายอภิสิทธิ์ หลังออกจากวงการการเมือง 5-6 ปี ซึ่งการเมืองมาถึงจุดตกต่ำ และ ไม่เห็นด้วยกับการเมือง ดีลลับ สลับขั้ว ที่ทำให้ ประชาชนเชื่อมั่นนักการเมืองน้อยลง ถึงขั้นพูดว่า สมการ การเมืองช่วงหลัง ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการนั้นเลย แต่ที่แปลกใจมากกว่านั้น ทันที ที่ นายอภิสิทธิ์ ประกาศออกไป ก็มีการตีความไปหลายทาง เช่น ประชาธิปัตย์ จะเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่เกี่ยว เพราะหัวหน้าพรรค ติดสินใจเรื่องนี้โดยไม่มีผลประโยชน์ทางการเมือง แต่เป็นการประกาศ จุดยืนว่า “เราไม่เอาทุนเทา” แล้วทำการเมืองสุจริต พร้อมเรียกร้องให้ ทุกพรรค มีจุดยืนที่ชัดเจน / และ ยังมีการตีความไปอีกว่า หาก พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เอาพรรคกล้าธรรม แล้ว ไปจับมือกับ “พรรคประชาชน“ หรือ “พรรคเพื่อไทย” ถือเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมือง ที่มุ่งโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ และ บิดเบือนข้อเท็จ จากจุดยืนของหัวหน้าพรรค และเมื่อผูกพัน เป็นมติพรรคแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
“เมื่อดูจากกระแสการเมือง เหมือนมีการเตรียมจับมือร่วมรัฐบาลกันไว้ล่วงแล้ว ซึ่งทุกพรรคที่จะได้อันดับ 1 ก็ เหมือนต้องการพรรคกล้าธรรมไปร่วมรัฐบาล เท่ากับเป็นการปิดประตูตายให้ ประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน นายสาทิตย์ ระบุ “ทำการเมือง อย่าดูถูกประชาชน” เชื่อว่า ประชาชนต้องการเห็นจุดยืนของแต่ละพรรคการเมือง ไม่มีใครคิดแทนประชาชนได้ เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นจุดยืนทางการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ และ การที่บอกว่า มีการจับมือกันล่วงหน้า ถือเป็นวิธีคิดที่ไม่มีประชาชนอยู่ในความคิดนั้น จากวันนี้ ถึงวันเลือกตั้ง ประชาชน จะติดตามข้อมูล ข่าวสารอย่างใกล้คิด ขอให้ประชาชนติดตามดู การดีเบต ดูจุดยืนยทางการเมือง ว่าใครหนี เวทีบ้าง ใครประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ไม่กล้าขึ้นเวที ดีเบต ในประเทศประบอบประชาธิปไตย การดีเบต คือการแสดงจุดยืนทางการเมือง ส่วนผลการเมืองตั้งเป็นอย่างไร ให้รอดูหลังวันเลือกตั้ง”นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามว่า ทำไมจึงประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม พรรคเดียวทั้งที่ พรรคอื่นก็ไม่โปร่งใส นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีเป็นซีรีย์ ของประชาชนติดตาม และในอนาคตต้องจับมือกับพรรคประชาชน จะมีจุดยืนต่อมาตรการ 112 อย่างไร เพราะพรรคประชาชนยืนยันจะสานต่อเรื่องนี้ นายสาทิตย์ ย้ำจุดยืนว่า 112 เป็นมาตราที่ ยังมีความจำเป็น แต่การบังคับใช้ ต้องมีความชขัดดเจน และ โปร่งใส ประเด็นไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้ และ เมื่อถามย้ำว่า ความขชัดเจน ที่จะจับมือทางการเมืองมีมากน้อยแค่ไหน ต้องดูจุดยืนทางการเมืองก่อน จะจับมือกับใครยังมีเวลาอีกนาน พร้อมอธิบายด้วย ว่า หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ได้บอกว่า จะแก้ ม.112 แต่มุ่งเน้น จะนิรโทษกรรมให้ผู้ต้องหาในคดี ม.112 ซึ่ง ตอนนี้ กฎหมายฉบับนี้ ถูกแช่แข็งอยู่ ขึ้นอยู่ กับรัฐบาลใหม่ จะมีมติให้เดินหน้ากฎหมายฉบับนี้หรือไม่
เมื่อถามว่ามีการโจมตี พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องสลายการชุมนุน และ คดี 99 ศพ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตอนนี้ถูกโจมตี 3 เรื่อง เรื่องแรก โครงการชั่งไข ซึ่งไม่เคยเห็นมีว่าการขายแบบนี้ที่ไหน เรื่องนี้เป็นประเด็นเก่า เหมือนท่องกันมา แต่ไม่มีผล เพราะไม่มีอยู่จริง เรื่องคดี 99 ศพ เรื่องนี้ ต้องดูที่ นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงกับ นศ.ที่จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งเรื่อง MOU 43/44 ที่ต้องนี้ ก็พูดถึงน้อยลง เพราะมีการประชุม ผ่านกลไกทวิภาคีแล้ว มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่นำมาโจมตีพรรค หลัง พรรคได้รับความสนใจจากประชาชน พรรค และ หัวหน้าพรรค พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง