"อรรถวิชช์" ชูนโยบายรื้อระบบพลังงาน เลิกกองทุนน้ำมัน-เลิกอิงราคาสิงคโปร์ ตั้งเป้ากดเบนซิน-ดีเซลเหลือ 25 บาท
วันที่ 4 มกราคม 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ให้ความเห็นถึงสถานการณ์โลกกรณีสหรัฐอเมริกามีคำสั่งโจมตีประเทศเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากเวเนซุเอลาเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เพียงรายเดียวในทวีปอเมริกา
นายอรรถวิชช์มองว่านี่คือวงจรเดิมที่เมื่อราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาลง มักจะมีสงครามเข้ามาแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของนายทุน ซึ่งประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป พรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอนโยบาย “ตั้งระบบคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ” ของตัวเอง เพื่อทำหน้าที่อัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบในช่วงที่ราคาน้ำมันแพง ซึ่งจะช่วยลดราคาค้าปลีกให้ต่ำลงได้จริง และเป็นการยกเลิกการพึ่งพากลไกเดิมอย่างกองทุนน้ำมัน ที่ปัจจุบันถือเป็นภาระบวกเพิ่มในราคาขายปลีกซ้ำซ้อนกับภาษี ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงเกินความเป็นจริง
ทั้งนี้ หากพรรครวมไทยสร้างชาติได้มีโอกาสบริหารกระทรวงพลังงาน จะเร่งดำเนินการยกเลิกกองทุนน้ำมันและเปลี่ยนมาใช้ระบบคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติแทน ซึ่งสามารถตราเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อบังคับใช้ได้ทันที พร้อมทั้งมีแผนยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ซ้ำซ้อน และยกเลิกการอิงราคาสมมติจากตลาดสิงคโปร์ โดยจะเปลี่ยนไปใช้ต้นทุนหน้าโรงกลั่นที่แท้จริงแทน ซึ่งที่ผ่านมานายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินการออกกฎหมายลูกจนสามารถทำให้ทราบต้นทุนการกลั่นที่แท้จริงได้สำเร็จแล้ว โดยเป้าหมายหลักของนโยบายเหล่านี้คือการควบคุมราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลให้ลงมาอยู่ที่ 25 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ในวันที่ 5 มกราคม นายพีระพันธุ์เตรียมนำทีมผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 เขต เข้าพบองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อร่วมให้คำสัตย์ปฏิญาณในการเริ่มต้นชีวิตทางการเมืองด้วยความสุจริต โปร่งใส และมุ่งมั่นที่จะสานต่อนโยบายปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังต่อไป