"พีระพันธุ์" จับตาสหรัฐฯ คุมน้ำมันเวเนซุเอลา ห่วงกระทบอำนาจพลังงานโลก ชูแนวคิดสร้างกลไกไทยใหม่ เลิกอิงราคาสิงคโปร์
5 ม.ค.69 กรุงเทพมหานคร - ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา โดยระบุว่าจากการประเมินในขณะนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังมีทิศทางที่ลดลง ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงในเชิงราคาน้ำมันโลกในทันที แต่สิ่งที่น่ากังวลและจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญคือเรื่องของ "การควบคุมกลไกทางด้านพลังงานของโลก" เนื่องจากเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรอง (Oil Reserve) มากที่สุดในโลก หากทรัพยากรเหล่านี้ตกไปอยู่ในความครอบครองหรือภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา จะส่งผลให้อำนาจในการควบคุมพลังงานโลกเกือบทั้งหมดไปอยู่ที่สหรัฐฯ เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้นายพีระพันธุ์ได้เสนอแนวทางว่าประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างระบบกลไกภายในประเทศขึ้นมาใหม่เพื่อรับมือกับความผันผวนดังกล่าว โดยหยิบยกบทเรียนจากช่วงเกิดวิกฤตการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งที่ผ่านมาไทยไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้มากนักนอกจากต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก โดยตนมองว่าการทำงานในภาครัฐไม่ควรยอมแพ้ต่อกลไกตลาดโลก แต่ควรหาวิธีการและกลไกต่างๆ มาแก้ไขเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระความเดือดร้อน ซึ่งก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตนได้วางแนวทางที่เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาพลังงานในประเทศได้สำเร็จและคาดหวังว่าจะมีโอกาสได้กลับไปดำเนินการให้เสร็จสิ้น
สำหรับมาตรการสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ การปรับเปลี่ยนระบบราคาน้ำมันในประเทศให้เลิกอิงกับราคาตลาดสิงคโปร์ เนื่องจากมองว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันและเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง นอกจากนี้ยังต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีและโครงสร้างราคาน้ำมันที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงเกินความจำเป็น รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถจัดหาน้ำมันได้เองเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ โดยนายพีระพันธุ์เน้นย้ำว่าในขณะที่สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาเป็นเรื่องที่ดำเนินต่อไป แต่สำหรับประเทศไทยนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเร่งวางระบบพลังงานของตนเองขึ้นมาใหม่ให้มีความเข้มแข็ง