"นราพัฒน์" ชูรวมไทยสร้างชาติ ใช้ยาแรงประหารคนโกง รื้อโครงสร้างเกษตรไทยลดต้นทุนยั่งยืน

การเมือง9 ม.ค. 2569 • 15:23 น.
"นราพัฒน์" ชูรวมไทยสร้างชาติ ใช้ยาแรงประหารคนโกง รื้อโครงสร้างเกษตรไทยลดต้นทุนยั่งยืน

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคและหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยผ่านรายการ "สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์" ถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการมีผู้นำที่มีความเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหาและป้องกันไม่ให้ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตของประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่พรรคชูเป็นจุดแข็งด้วยการใช้ "ยาแรง" ซึ่งเสนอให้มีบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตสำหรับผู้ที่โกงชาติบ้านเมือง เพื่อสร้างความเกรงกลัวต่อกฎหมาย พร้อมกันนี้ยังเสนอให้มีการรื้อระบบการพิจารณาคดี โดยเปลี่ยนจากระบบเดิมที่ศาลพิจารณาตามสำนวนที่อัยการส่งมา ซึ่งอาจมีการวิ่งเต้นทำสำนวนให้อ่อนลงตั้งแต่ต้นทาง มาเป็น "ระบบไต่สวน" ที่ให้อำนาจศาลสามารถเรียกข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมได้เองเมื่อมีความสงสัย เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

"ในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านพีระพันธุ์บอกแล้วว่าโทษต้องถึงขั้นประหารชีวิต และต้องทำให้ได้จริง ไม่ใช่มีโทษประหารแต่กระบวนการไปไม่ถึงจุดนั้น ท่านจึงต้องรื้อระบบให้เป็นระบบไต่สวนที่ศาลสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เองหากมีความสงสัย เพื่อสร้างความเป็นธรรมและทำให้คนเกรงกลัวกฎหมาย ไม่เช่นนั้นคนก็ยังกล้าโกงชาติบ้านเมืองอยู่เพราะกฎหมายเอื้อมไปไม่ถึง ซึ่งท่านพีระพันธุ์มีความเด็ดขาดและมีความรู้ทางข้อกฎหมายที่แม่นยำ เคยพิสูจน์ผลงานมาแล้วทั้งคดีโฮปเวลล์ การเจรจาเหมืองทองอัครา และการฟื้นฟูการบินไทยเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ"

สำหรับนโยบายด้านการเกษตร พรรครวมไทยสร้างชาติมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าการแก้ที่ปลายเหตุอย่างการจำนำหรือการประกันรายได้เพียงอย่างเดียว โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนเกษตรกรดั้งเดิมให้เป็นผู้ประกอบการและนักธุรกิจเกษตร (Smart Farmers) ที่สามารถแปรรูปผลผลิตได้เอง เพื่อไม่ให้ผลกำไรตกอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง โดยรัฐจะสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการแปรรูป เช่น โรงอบข้าวหรือเครื่องจักรสีข้าวให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ เพื่อให้สามารถขายผลิตภัณฑ์เป็นข้าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้โดยตรง ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการผลิตอย่างเป็นระบบ ทั้งการปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า รวมถึงการใช้ทรัพยากรในประเทศอย่างโพแทชและก๊าซธรรมชาติมาผลิต "ปุ๋ยรัฐ" เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง

"เราต้องมองเรื่องการลดต้นทุนพลังงานเป็นการลดต้นทุนชีวิตและต้นทุนอาชีพ ถ้าน้ำมันสำหรับการเกษตรเหลือไม่เกิน 20 บาท และค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.33 บาท เงินในกระเป๋าเกษตรกรจะเพิ่มขึ้นทันที ขณะเดียวกันต้องแก้ปัญหาปุ๋ยแพงด้วยการสนับสนุนอุตสาหกรรมโพแทชในประเทศและนำผลพลอยได้จากก๊าซธรรมชาติมาผลิตปุ๋ยยูเรีย ซึ่งพรรคคำนวณมาแล้วว่าสามารถทำปุ๋ยให้เหลือกระสอบละไม่เกิน 500 บาทได้ เมื่อต้นทุนต่ำและคุณภาพดี เราจะสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านและเปิดตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน โดยเราจะเปลี่ยนงบประมาณแสนล้านที่เคยใช้ในโครงการจำนำหรือประกันรายได้ มาเป็นเครื่องจักรกลและเครื่องมือแปรรูปให้เกษตรกรแทนเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระยะยาว"

นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ยังเชื่อมั่นว่าหากพรรครวมไทยสร้างชาติได้รับโอกาสเข้าไปเป็นรัฐบาลและได้ที่นั่ง สส. เกิน 25 เสียง เพื่อเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะสามารถผลักดันกฎหมายและนโยบายเหล่านี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้ในเวลาไม่นาน เนื่องจากมีการร่างกฎหมายรองรับไว้แล้ว โดยมุ่งหวังให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ทำธุรกิจการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ และสร้างการเมืองที่เน้นการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนมากกว่าเรื่องโควตารัฐมนตรีหรือผลประโยชน์ของนายทุน