รวมไทยสร้างชาติ ค้านฉีกรัฐธรรมนูญ 60 ชี้เหมือนเซ็นเช็คเปล่า หวั่นกระทบพระราชอำนาจ-กลไกปราบโกง
22 ม.ค.69 กรุงเทพฯ ที่สำนักงานใหญ่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงสมาชิกพรรค ร่วมกันแถลงชี้แจงถึงจุดยืนของพรรคต่อกรณีที่ประชาชนและสื่อมวลชนสอบถามถึงความเห็นต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
โดยนายพีระพันธุ์ยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากมองว่าเปรียบเสมือนการเซ็นเช็คเปล่าที่ไม่มีการกำหนดกรอบเนื้อหาให้ชัดเจนว่าจะมีรูปแบบอย่างไร ซึ่งการทำรัฐธรรมนูญใหม่แท้จริงแล้วคือการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 ทิ้ง ทั้งที่ข้อบกพร่องบางประการสามารถแก้ไขได้เป็นรายมาตราโดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกทั้งฉบับ อีกทั้งรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังมีมาตราที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติกระจายอยู่ในหลายส่วน หากเห็นชอบให้ร่างใหม่โดยไม่มีกรอบย่อมส่งผลกระทบต่อหมวด 1 หมวด 2 และส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจโดยไม่มีหลักประกันความปลอดภัย
"พรรครวมไทยสร้างชาติไม่เห็นชอบที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเหมือนการเซ็นเช็คเปล่าโดยไม่รู้ว่าจะมีกรอบแบบไหน การบอกว่าจะทำฉบับใหม่คือการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 ทิ้ง ทั้งที่การปรับปรุงแก้ไขสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องฉีกของเก่าทิ้ง รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้มีอะไรไม่ดีทั้งฉบับ หากเราเห็นด้วยกับการฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยไม่มีกรอบ ก็จะกระทบไปถึงหมวด 1 หมวด 2 และส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจในมาตราต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญทั้งหมด และไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าการยกร่างใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเรา"
ด้านนายอรรถวิชช์ กล่าว "รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้แต่ฉีกทิ้งไม่ได้ หลายพรรคบอกว่าจะปกป้องหมวด 1 หมวด 2 แต่พระราชอำนาจไม่ได้มีเฉพาะในหมวด 2 เท่านั้น ยังมีพระราชอำนาจสำคัญที่ยึดโยงกับฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น สิทธิในการยับยั้งกฎหมาย หรือพระราชอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการทหารและความมั่นคง รวมถึงข้าราชการพลเรือนระดับสูงซึ่งไม่ได้อยู่ในหมวด 1 และหมวด 2 พรรครวมไทยสร้างชาติจึงยืนยันไม่เห็นชอบกับการทำรัฐธรรมนูญแบบเช็คเปล่า เพราะหากปล่อยให้มีการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างรัฐและสถาบันอย่างกว้างขวางในระหว่างจัดทำจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง"
นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังได้โต้แย้งกรณีที่รัฐบาลระบุว่าเป็นการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ทำประชามติทีละขั้นตอน โดยชี้ว่าศาลไม่ได้ห้ามให้ถามประชามติครั้งที่ 1 และ 2 พร้อมกัน และไม่ได้ห้ามรัฐบาลในการแจ้งกรอบการแก้ไขให้ประชาชนทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งแสดงความเป็นกังวลว่าหากมีการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง จะส่งผลให้ผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิ์หรือเสียสิทธิ์ตามเงื่อนไขเดิมได้รับสิทธิ์กลับคืนมาทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีหลักประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในคำถามประชามติครั้งนี้
ทั้งนี้ทางพรรคยืนยันว่ารัฐบาลยังมีทางเลือกในการเสนอแก้ไขรายมาตรา หรือหากจะยกร่างใหม่ก็ควรทำกระบวนการให้ชัดเจนในคราวเดียว ไม่ใช่การขอเช็คเปล่าเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นของพรรคเพื่อชี้แจงต่อข้อซักถาม โดยทางพรรคยังคงเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ