เปิดรายละเอียด มติ กกต. ไม่นับคะแนนใหม่ "ชลบุรี เขต1" ยันไม่พบหลักฐานทุจริต
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายครรชิต เจริญอินทร์ และว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ร่วมกันแถลงภาพรวมการจัดการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีข้อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี โดยนายครรชิต เจริญอินทร์ ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยรายละเอียดผลการลงพื้นที่ว่า จากการตรวจสอบคำร้องที่มีผู้ยื่นเข้ามาเพียง 10 ราย และมีผู้มาให้ถ้อยคำ 6 ราย ซึ่งทั้งหมดเปิดเผยว่าไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง กกต. ได้จำแนกประเด็นตรวจสอบออกเป็น 3 มิติหลัก
ประเด็นแรกเรื่องไฟฟ้าดับระหว่างการนับคะแนน พบว่าคลิปที่ถูกนำมาอ้างซึ่งปรากฏภาพไฟดับแต่พัดลมยังหมุนอยู่นั้น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนนทบุรี ไม่ใช่ชลบุรี อย่างไรก็ตามจากการเช็กข้อมูลกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแสนสุข พบว่าในวันดังกล่าวมีไฟดับจริงใน 4 หน่วยเลือกตั้ง คือหน่วยที่ 36, 37, 38 และ 39 ตำบลแสนสุข เป็นเวลา 40 นาที แต่หน่วยที่ 37-39 นับคะแนนเสร็จสิ้นไปก่อนแล้ว มีเพียงหน่วยที่ 36 ที่ต้องหยุดนับคะแนนเพื่อรอไฟฟ้ากลับมา โดยในระหว่างนั้นไม่มีผู้ใดทักท้วงและกระบวนการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
สำหรับประเด็นที่สองเรื่องจำนวนผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน และความล่าช้าในการรวมคะแนนที่วัดเสม็ด หน่วยที่ 11-15 ซึ่งมีการอ้างว่าต้องรอนานถึง 3 ชั่วโมงนั้น จากการสอบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่ใช้เวลาดำเนินการใกล้เคียงกันทุกหน่วย โดยออกจากพื้นที่ในช่วงเวลา 19.00 - 20.00 น. และส่งหีบบัตรถึงจุดรวมพลในเวลาประมาณเที่ยงคืน ซึ่งถือเป็นเวลาปกติของการปฏิบัติงาน
และประเด็นที่สามเรื่องการอ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผลการตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งกว่า 160 หน่วย ไม่พบว่ามีการทักท้วงจากตัวแทนพรรคการเมืองหรือผู้สังเกตการณ์ในระหว่างการนับคะแนนจริง จึงถือว่าการนับคะแนนที่หน้าหน่วยมีความสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว
นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงกรณีภาพเอกสารแบบขีดคะแนน (สส. 5/11) ที่ปรากฏในสื่อว่าถูกทิ้งในถังขยะและสายรัดพลาสติกที่ไม่ได้ใช้งาน โดยระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงยิมเนเซียมสนามแบดมินตันของเทศบาล ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ยุบรวมหีบบัตรเพื่อให้เหลือจำนวนหีบน้อยที่สุดก่อนส่งเข้าโกดัง เนื่องจากสถานที่เดิมคับแคบ
โดยในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายเอกสารไปแล้วกว่า 90% แต่ยังเหลืออีก 10% ที่กองอยู่บนพื้นรอการจัดเก็บ เนื่องจากถูกเร่งรัดขอคืนพื้นที่สนามแบดมินตันเพื่อใช้งานในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เอกสารที่พบจึงไม่ใช่การทิ้งขยะแต่เป็นการรอเคลื่อนย้าย
ส่วนสายรัดพลาสติกที่ปรากฏในคลิปเป็นสายรัดที่ถูกตัดออกจากการเปิดหีบเพื่อยุบรวมบัตร หรือเป็นสายรัดสำรองที่เหลือจากหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในการขนส่งระยะสั้นเพียง 500 เมตรไปยังศาลาประชาคม
ส่วนกรณีที่แบบขีดคะแนนไม่ได้อยู่ในถุงพลาสติกชั้นใน เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. บางหน่วยที่รัดถุงบัตรแล้ววางแบบขีดคะแนนไว้ด้านบนก่อนปิดหีบ ทำให้หยิบออกมาถ่ายภาพได้ง่ายโดยไม่ต้องทำลายสายรัดถุง
ทั้งนี้ ที่ประชุม กกต. ได้ใช้เวลาพิจารณาสำนวนการสอบสวนอย่างละเอียดกว่า 5 ชั่วโมง และมีมติเอกฉันท์ว่ายังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขต 1 จังหวัดชลบุรี ไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หรือมีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง จึงมีมติให้ยุติเรื่องและไม่สั่งนับคะแนนใหม่ตามมาตรา 124 แห่ง พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และข้อ 223 ของระเบียบ กกต.
ส่วนกรณีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมวลชนนั้น เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ในฐานะผู้เสียหายจากการถูกบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการนำเอกสารราชการออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและรักษาความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้งตามกฎหมาย