- โฆษณา -

“เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เทียบการเมืองไทย “สามก๊ก” ชี้บทบาท “อนุทิน” ภาคโจโฉ หลังศึกเลือกตั้ง 2569 กับเกมอำนาจหลังชัยชนะ

การเมือง17 ก.พ. 2569 • 09:23 น.
“เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เทียบการเมืองไทย “สามก๊ก” ชี้บทบาท “อนุทิน” ภาคโจโฉ หลังศึกเลือกตั้ง 2569 กับเกมอำนาจหลังชัยชนะ

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค โพสต์วิเคราะห์การเมืองไทยผ่านมุมมอง “สามก๊ก” เปรียบอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นโจโฉ ชี้กลยุทธ์หลังเลือกตั้ง 2569 และการรวบอำนาจสร้างเสถียรภาพรัฐบาล

- โฆษณา -

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 “เอ็ดดี้” อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์บทวิเคราะห์การเมืองผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า

อนุทิน ผู้นำ “สามก๊ก” ในร่างเดียว “ภาคโจโฉ”

“สามก๊กการเมืองไทย ตอนที่่ 2“

ฉากสามก๊ก เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ชนะเลือกตั้งปี 2569 และกลายเป็นแกนตั้งรัฐบาลที่ “ตรงที่สุด” คือ ศึกกัวต๋อและตอน โจโฉ เผาจดหมายลับ

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

สถานการณ์ก่อนเลือกตั้ง 2569: “โจโฉ (อนุทิน) ปะทะ อ้วนเสี้ยว (ขั้วอำนาจเก่า/ขั้วตรงข้าม)”

ก่อนศึกกัวต๋อ แผ่นดินแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า อ้วนเสี้ยว เป็นขุนศึกที่มีกองทัพใหญ่ที่สุด (เปรียบได้กับพรรคใหญ่เดิมอย่างเพื่อไทย หรือพรรคประชาชน) ครองพื้นที่ มีไพร่พลมหาศาล แต่บริหารงานภายในมีความขัดแย้ง ไม่ฟังคำเตือนของกุนซือดีๆ

ในขณะที่ โจโฉ (อนุทิน) มีกำลังน้อยกว่า แต่มีความ “ปึกแผ่น” มากกว่า โจโฉใช้เวลานี้สะสมเสบียง (ทรัพยากร/งบประมาณ/ผลงาน) และที่สำคัญคือ “การเฟ้นหาคนเก่ง” (ดึงคุณศุภจี, เอกนิติ สีหศักดิ์) โจโฉเตรียมความพร้อมในขณะที่อ้วนเสี้ยวชะล่าใจ

ช่วงก่อนปี 69 คือช่วงที่อนุทินสะสมแต้มบุญ สร้างผลงานเงียบๆ ในขณะที่พรรคใหญ่อื่นๆ กำลังเจอปัญหาภายใน (เหมือนอ้วนเสี้ยวที่ลูกน้องตีกันเอง) อนุทินใช้ความ “นอบน้อมแบบเล่าปี่” ดึงดูดพันธมิตรและคนเก่งเข้าพรรค เพื่อรอวันตัดสิน

จุดเปลี่ยน (วันเลือกตั้ง 2569): “การเผาคลังเสบียงที่อูเจ๋อ”

จุดชี้ขาดชัยชนะไม่ใช่การรบประจัญบานตรงๆ แต่คือการที่โจโฉรู้จุดอ่อนสำคัญ (คลังเสบียง) และตัดสินใจนำทัพบุกสายฟ้าแลบไปเผาเสบียงของอ้วนเสี้ยว ทำให้สถานการณ์พลิกผัน กองทัพอ้วนเสี้ยวระส่ำระสายและพ่ายแพ้ในที่สุด

ชัยชนะในปี 2569 ของอนุทิน อาจไม่ได้มาจากการกวาด ส.ส. ถล่มทลายด้วยกระแสเพียวๆ แต่มาจากการ “แก้เกมที่เฉียบขาด” (เหมือนซุนกวน+โจโฉ) เช่น การเจาะฐานเสียงสำคัญ การเสนอนโยบายที่ “โดนใจ” (Pain Point) ในช่วงโค้งสุดท้าย หรือการฉวยจังหวะที่คู่แข่งเพลี่ยงพล้ำ ทำให้ภูมิใจไทยพลิกเกมขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้

สถานการณ์หลังเลือกตั้ง: “โจโฉเผาจดหมายลับ”

นี่คือไฮไลท์ เมื่อโจโฉชนะศึก ยึดค่ายของอ้วนเสี้ยวได้ ทหารไปค้นเจอ “หีบจดหมายลับ” จำนวนมาก ซึ่งเป็นจดหมายที่ลูกน้องของโจโฉเอง แอบเขียนติดต่อกับอ้วนเสี้ยวในช่วงที่โจโฉกำลังเสียเปรียบ (เตรียมจะย้ายข้างถ้าโจโฉแพ้)

ขุนนางคนสนิทเสนอให้ “เปิดรายชื่อและประหารให้หมด” เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู

แต่โจโฉกลับสั่งให้ “เผาจดหมายทั้งหมดทิ้งทันที” โดยไม่เปิดอ่านแม้แต่ฉบับเดียว พร้อมกล่าวว่า “ในยามนั้น แม้แต่ข้ายังไม่มั่นใจว่าจะเอาตัวรอดได้ นับประสาอะไรกับลูกน้องข้า... ให้เรื่องมันจบไปที่กองไฟนี้ แล้วมาเริ่มกันใหม่”

หลังชนะเลือกตั้งปี 69 อนุทินเลือกทำแบบโจโฉ คือ “นิรโทษกรรมทางใจ”

จดหมายลับ = ความขัดแย้งในอดีต

การที่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่นๆ เคยโจมตีเขา เคยบีบเขา หรือเคยเป็นศัตรูกัน การเชิญมาร่วมรัฐบาล แทนที่อนุทินจะใช้อำนาจของผู้ชนะ “ไล่บี้” หรือผลักไสเพื่อไทยไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อแก้แค้น เขากลับเลือกที่จะ “ลืม” เรื่องราวเหล่านั้น แล้วดึงเพื่อไทย (หรือขั้วอำนาจเดิม) มาร่วมรัฐบาล เพื่อสร้างเสถียรภาพ

การกระทำนี้ทำให้คนที่เคยหวาดระแวงหรือเคยเป็นศัตรู กลับมาศิโรราบและถวายความภักดี ทำให้อนุทินสามารถรวบรวมแผ่นดิน (รัฐสภา) ให้เป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ โดยมีเขาเป็นผู้นำสูงสุดที่แท้จริง

การเมืองไม่ใช่การชนะศึกอย่างเดียว

แต่คือการชนะ “หลังศึก” ให้ได้ด้วย

#อัษฎางค์ยมนาค #อนุทินชาญวีรกูล #สามก๊กการเมืองไทย #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #อ่านเกมอำนาจ #เลือกตั้ง2569 #ข่าวการเมืองวันนี้