“ธรรมนัส” ขอรอ กกต.ก่อนเคาะร่วมรัฐบาล เหน็บ "ภท." ตอนรักน้ำต้มผัก ยังว่าหวาน ยังไม่คุย “เนวิน-อนุทิน” ขู่เก้าอี้ "รมว.กษ." ไม่ง่าย
วันที่ 19 ก.พ. 2569 ที่พรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารและว่าที่ สส.พรรคกล้าธรรม ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจกับว่าที่ สส. หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยพรรคส่งผู้สมัครและได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.เขต 56 ราย และปาร์ตี้ลิสต์ 2 ราย พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ
ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า พรรคได้แสดงความยินดีกับว่าที่ สส.ทั้งหมด พร้อมชี้แจงว่าเดิมคาดหวังคะแนนมากกว่านี้ โดยแบ่งเป็นแถว 1 จำนวน 56 ราย แถว 2 จำนวน 45 ราย และแถว 3 จำนวน 20 ราย รวมทั้งสิ้น 131 ราย ทั้งนี้หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ว่าที่ สส.ต้องเตรียมรายงานตัว ชี้แจงค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และแสดงบัญชีทรัพย์สินตามขั้นตอนกฎหมาย
ส่วนทิศทางการร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ย้ำชัดว่า ต้องรอการรับรองผลเลือกตั้งจาก กกต.ก่อน จึงจะหารือร่วมกันระหว่างว่าที่ สส. และกรรมการบริหารพรรคเพื่อกำหนดจุดยืน โดยยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นมติร่วม ไม่ใช่การตัดสินใจเพียงคนเดียว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2562 ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อเนื่องในปี 2566 และปลายปี 2567 ได้รับการเสนอชื่อเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.เกษตรฯ ยืนยันว่าพร้อมให้ตรวจสอบในทุกกรณี และพร้อมรับผลที่จะเกิดขึ้น มั่นใจว่ากระแสดังกล่าวไม่ใช่ข้ออ้าง
เมื่อถามว่า มีความตั้งใจอยู่แล้วใช่หรือไม่ แต่เอาเรื่องคุณสมบัติมาอ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าไปตอบแบบนั้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เรายังรอผลคะแนนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้ชัดเจนก่อน
เมื่อถามต่อว่า มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการเล่นงานทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เราพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย หลักการก็มีแค่นั้นเอง ความผิดสำเร็จไปแล้ว ถ้าผมผิด คุณสมบัติผมไม่ได้"
เมื่อถูกถามถึงแรงกดดันทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า "พรรคไม่กลัวการถูกบีบ หากใครบีบก็พร้อมสวนกลับ การเมืองไม่มีคำว่าสวยงาม"
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขณะนี้สังคมให้ความสนใจกับการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป แต่กลับละเลยที่มาของการเป็นนักการเมืองซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ตอนนี้ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อพรรคกล้าธรรมเปลี่ยนไปจากตอนที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “คนเราตอนรักกัน น้ำต้มผักก็ว่าหวาน และเมื่อเช้ากินน้ำต้มผักก็ยังหวาน ยืนยันเราไม่ได้ทะเลาะกัน สื่อพยายามจะดึงผมหลงทาง แต่ผิดแล้วนัสไม่หลงทาง"
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า “ในชีวิตผมไม่เคยทะเลาะกับใครก่อน แต่ถ้าใครทะเลาะกับผมก็กลับไปฝันร้าย” อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคไม่ต้องการมีปัญหากับใคร
เมื่อถามย้ำว่าทำไมสายสัมพันธ์ของพรรคกล้าธรรมตอนนี้ ถึงต่อกันไม่ติดกับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ใครบอกต่อกันไม่ติด พวกเราชอบมโนกันไปเอง ว่าทะเลาะกันหรือชอบกัน อะไรรักกันไม่เคยถาม ยืนยันว่ายังรักกันดีไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียดใคร เห็นแต่สื่อมวลชนไปเขียน เคยได้ยินจากปากตนหรือไม่
เมื่อถามว่า ยังรักนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ร้องโอ้ พร้อมกล่าวว่า “ชีวิตผมไม่เคยทะเลาะกับใครก่อน แต่ถ้าใครทะเลาะกับผมก็กลับไปฝันร้าย ทั้งนี้ ในช่วงที่ตนเดินทางไปยุโรป ยังเปิดโทรศัพท์ตลอดเวลา"
เมื่อถามว่าตั้งแต่หลังเลือกตั้งได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย และนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังเลือกตั้งยังไม่ได้พูดคุยกับใคร เจอในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็คุยกันปกติ
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเล็ก ทยอยไปรวมตัวกับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส ถามกลับว่า รู้จักคำว่าภาพลวงตาไหม เมื่อถามย้ำว่าจะลวงอีกนานไหม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มันก็ลวงไปลวงมา
สำหรับประเด็นเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ผู้ที่จะมานั่งตำแหน่งนี้ต้องลงมือทำงานจริง ไม่ใช่นั่งอยู่ในห้องแอร์อย่างเดียว โดยเฉพาะการเจรจาขายสินค้าเกษตรในต่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคและการประสานงานหลายฝ่าย ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว
“สินค้าเกษตรเป็นสินค้าเทคนิค ต้องใช้ทูตเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ ประมง หรือพืช มาชี้แจงรายละเอียด กว่าจะเจรจาสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้กระทรวงเกษตรฯ เกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะงานต้องเดินหน้าต่อเนื่อง มิฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรจะได้รับผลกระทบโดยตรง