“รังสิมา” ทำโพลก่อน “ย้ายพรรค” รับหลายค่ายทาบทางจริง ไม่กลัวสอบตก กลับไปขายหอยได้

การเมือง10 พ.ย. 2565 • 04:46 น.
“รังสิมา” ทำโพลก่อน “ย้ายพรรค” รับหลายค่ายทาบทางจริง ไม่กลัวสอบตก กลับไปขายหอยได้

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 10 พ.ย. 65 ที่รัฐสภา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมย้ายพรรค โดยยอมรับว่า มีมาชวนทุกพรรค ยืนยันว่า ตนไม่ได้เล่นตัว แต่ต้องถามประชาชน เพราะการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนเดิม เหมือนที่เราเป็นพยาบาลมา 20 กว่าปี มีคนไข้ทุกวัน แต่คนไข้ก็ทยอยเสียชีวิตกันไปทุกวัน ตายไปทุกวัน ตีสักวันนึง 10 คน คนหายไปเยอะนะคะ แล้วคนรุ่นใหม่มา ก็มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ เขาก็ดูแต่โซเชียล เขาไม่ได้ดูความเป็นจริงว่าเราทำงานเป็นอย่างไร ผลงานเรามีอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราก็หวั่นไหว

น.ส.รังสิมา ระบุต่อว่า ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนตกงานเยอะ เชื่อว่าการซื้อเสียงคราวหน้าจะรุนแรงมาก เราก็เห็นการซื้อตัวส.ส.เยอะเพื่อให้ได้มาซึ่งมือที่จะมายกให้เป็นรัฐบาล การเมืองมันเปลี่ยนไปทุกวัน พอเราไปถามประชาชนว่าคราวหน้าจะเลือกรังสิมา ไหม ทุกคนก็ตอบว่าจะเลือก เพราะเขากลัวโดนยิงตาย เราไม่ได้ไปยิงเขาหรอก แต่เขากลัวถ้าเราไปถามเองเราก็ได้คำตอบที่ไม่ตรง เราเลยต้องไปจ้างทำโพล ลงสมัครมา 6 ครั้ง เป็นครั้งแรกที่หวั่นไหวที่สุดเลยกลัวสอบตก แต่ตกก็ไม่เป็นไรก็ยอมรับสภาพนะ ถ้าประชาชนไม่เลือกก็เลิก

“มีคนถามเล่นๆ นะ นี่พูดเล่นนะ ประชาชนถามว่า รังสิมา ถ้าคุณสอบตกจะไปทำอะไร ฉันก็ขายหอยฉันสิคะ หอยฉันขายได้นี่ ก็มีอาชีพเตรียมไว้แล้ว” น.ส.รังสิมา กล่าว

น.ส.รังสิมา เปิดเผยว่า สำหรับรายละเอียดของโพลคือถามว่า ถ้ายังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ประชาชนจะยังเลือกหรือไม่ ถ้าไม่เลือกจะให้ไปอยู่พรรคไหน ไม่เลือกเพราอะไร แล้วถ้าไปอยู่พรรคใหม่จะเลือกเพราอะไร ต้องทำโพลอย่างละเอียดทุกพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาให้ได้ตรงจุด เมื่อก่อนเราใช้ไสยศาสตร์ ปัจจุบันเราต้องใช้วิทยาศาสตร์เพื่อความมั่นใจ

เมื่อถามว่ามีพรรคอื่นในใจหรือไม่ น.ส.รังสิมา ระบุว่า ก็ดีทุกพรรค ยกเว้นเงื่อนไขคือพรรคที่ไม่เอาสถาบันฯ เราไม่เอาเพราะสมุทรสงครามเป็นเมืองราชนิกุล ของรัชกาลที่ 2 

เมื่อถามว่าถ้าผลโพลบอกให้อยู่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รังสิมา กล่าวว่า ถ้าโพลออกมาว่าให้อยู่ก็ต้องอยู่ เพราะถ้าไปพรรคอื่นแล้วสอบตกก็ไม่ได้ ดังนั้นก็ไม่สามารถตอบได้ว่าจะอยู่หรือไป ถ้าโพลออกมาว่าเราไปพรรคไหนก็ไป แต่ยกเว้นว่าถ้าโพลบอกให้เราไปพรรคที่ไม่เอาสถาบันฯ แล้วจะชนะเราก็เลิกหยุดไม่เอายอม

ส่วนผลโพลจะออกมาเมื่อใดนั้น น.ส.รังสิมา กล่าวว่า ตนคาดว่าน่าจะภายในปีนี้ แต่ไม่อยากจะเร่งรัดเพราะกลัวข้อมูลจะคลาดเคลื่อน ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์ โดยตนได้ทำความเข้าใจกับหัวหน้าพรรคไว้แล้วว่า หากคราวนี้ผลโพลออกมาว่าถ้าอยู่พรรคเดิมแล้วเสี่ยงจะแพ้ ก็ต้องขออนุญาตย้ายก่อน แล้วคราวหน้าก็ค่อยไปๆ มาๆ ได้ไม่เป็นไร เพราะถ้าประชาชนไม่เลือกเรา เราก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งหัวหน้าพรรคก็เข้าใจ และบอกให้ทนๆ ไปก่อน ตนก็เสียดายเหมือนกันถ้าต้องจากพรรคประชาธิปัตย์ไป แต่การเมืองก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ต้องเอาตัวรอด คราวที่แล้วก็เกือบไม่รอด เคยชนะสี่หมื่น เหลือชนะสี่พัน

“เงินไม่ใช่ปัจจัยหลักสำหร้บเรา เพราะลงมาสมัครมา 6 ครั้ง ไม่เคยซื้อเสียงเลย ซองก็ไม่เคยใส่ หรีดก็ไม่วาง แต่เราอยากให้ประชาชนรู้ว่าเลือก ส.ส.มาทำอะไร ถ้าเลือกคนซื้อเสียงก็จะเข้ามาโกงแน่นอน ให้เลือกคนมาทำงาน แต่ถ้าเขาให้เงินให้รับไว้ เพราะเงินไม่ใช่งู ไม่กัด แต่เวลาเลือกอย่าไปเลือก ให้คนซื้อเสียงมันหมดตูดล้มละลาย จะได้เลิกไปสักที” น.ส.รังสิมา กล่าว

น.ส.รังสิมา ยังเปิดเผยว่า ตนยังไม่ได้พบน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวว่าจะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยตั้งใจจะนัดพบกันวันนี้เพื่อพูดคุยถามเหตุผล เพราะตนเชื่อว่าคนที่ย้ายไปมีเหตุผลทุกคน เราไม่ว่ากัน ใครย้ายไปแล้วรอดเราก็ขอให้กลับมาเจอกันทุกคน

เมื่อถามว่า พรรคที่มาทาบทามนั้นมีพรรครวมไทยสร้างชาติด้วยหรือไม่ น.ส.รังสิมา ยอมรับว่ามี เพราะ นายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เป็นแนวร่วม กปปส. มาด้วยกัน โดนคดีมาด้วยกัน นอกจากนี้ที่ทาบทามยังมีพรรคอื่นๆ เช่น ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย และเกือบทุกพรรค ดังนั้น ถ้าโพลออกมาอยู่พรรคไหนแล้วชนะ ก็จะไปพรรคนั้นเลย

เมื่อถามว่ามีพรรคร่วมฝ่ายค้านติดต่อมาบ้างหรือไม่น.ส.รังสิมา กล่าวว่า ยอมรับว่ามีมาทาบทาม ที่เคยมีปัญหากันมาก็ให้อภัยไม่โกรธกัน แต่เราก็ต้องมีจุดยืน ยกตัวอย่างเช่น พรรคเพื่อไทย เราเคยไปไล่เขา ถ้าต้องไปอยู่กับเขาเราก็ลำบากใจ และคงเดินในตลาดไม่ได้ คงถูกแม่ค้าเอน้ำสาดไล่ออกจากตลาดแทบไม่ทัน เพราะเป็นขั้วการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกันมานาน ต้องดูเหตุดูผล แต่การทำหน้าที่ก็เต็มความสามารถ แต่ถ้าประชาชนไม่เอาเราก็ต้องตามใจประชาชน