"เชาว์" จวก "ศุภจี" สับขาหลอกข้อมูลสต๊อกปุ๋ย ชี้เป็นการ "ฆาตกรรมทางเศรษฐกิจ" พร้อมจี้รัฐเร่งเยียวยาเกษตรกร

การเมือง27 มี.ค. 2569 • 15:12 น.

วันที่ 27 มี.ค.69 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านดุเดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทนายเชาว์ มีขวด "Chao Meekhuad" ในหัวข้อ "บทเรียนราคาแพงจากคำลวงของ 'ศุภจี' น้ำมันแพง ปุ๋ยขาด ความผิดพลาดของรัฐ" โดยทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ออกมาสะท้อนวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนที่กำลังคุกคามความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างหนัก พร้อมพุ่งเป้าวิจารณ์การบริหารงานของกระทรวงพาณิชย์

นายเชาว์ ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความผิดพลาดและการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้ออกมายืนยันสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่า ปริมาณปุ๋ยในประเทศมีเพียงพอจนถึงเดือนสิงหาคม ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่ได้วางแผนสำรองปุ๋ยล่วงหน้า

ทว่าเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา รมว.พาณิชย์ กลับออกมายอมรับว่าปุ๋ยในสต๊อกอาจมีพอถึงแค่เดือนเมษายนเท่านั้น เท่ากับว่าข้อมูลระยะเวลาหายไปทันทีถึง 4 เดือน แม้รัฐจะระบุว่าสามารถหาเพิ่มเติมได้แต่ราคาจะแตกต่างออกไป ซึ่งนายเชาว์ชี้ให้เห็นตรงๆ ว่านั่นหมายถึงราคาที่ "แพงขึ้น" ชี้ปุ๋ยขาดร้ายแรงกว่าน้ำมันแพง เท่ากับล้มละลาย

"นี่มิใช่เพียงความผิดพลาดทางการสื่อสาร แต่เป็นการฆาตกรรมทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกร" นายเชาว์ระบุ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า การที่เกษตรกรหลงเชื่อข้อมูลของรัฐจนไม่ได้เตรียมตัว ทำให้ต้องมาเผชิญกับภาวะปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูงในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการบำรุงต้นปาล์ม

นายเชาว์เน้นย้ำว่า วิกฤตปุ๋ยขาดแคลนนั้นรุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันแพงหลายเท่าตัว เพราะน้ำมันแพงหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากไม่มีปุ๋ยใส่ให้ต้นปาล์มในช่วงเวลาที่เหมาะสม ต้นปาล์มจะไม่สร้างผลผลิต เท่ากับสูญเสียรายได้ตลอดทั้งปี นำไปสู่การล้มละลายของครอบครัวเกษตรกร

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นข้อเสนอ 4 ประการ เรียกร้องให้รัฐบาลลงมือทำทันที และเลิกบริหารงานด้วยภาพลักษณ์ ดังนี้

•\tเปิดเผยข้อมูลจริงทั้งหมด: ต้องกางตัวเลขสต๊อกปุ๋ยและแหล่งนำเข้าที่มีปัญหาตามความเป็นจริง เลิกปกปิดเพื่อรักษาภาพลักษณ์ทางการเมือง

•\tเร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยด่วน: รมว.พาณิชย์ ต้องใช้ทุกกลไกหาแหล่งปุ๋ยใหม่ๆ จากทั่วโลก ไม่พึ่งพาเพียงแหล่งเดิม และต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะนำเข้ามาจากไหน ในราคาเท่าใด

•\tคุมราคาและจัดการการกักตุน: บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมราคาปุ๋ยไม่ให้พุ่งสูงเกินจริง และปราบปรามพ่อค้าคนกลางที่ฉวยโอกาสกักตุนสินค้า

•\tเยียวยาเกษตรกร: รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนเอง ด้วยการชดเชยเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนปุ๋ยตามกำหนด

ในตอนท้าย นายเชาว์ ได้ฝากข้อความถึงรัฐบาลและ รมว.ศุภจี ว่าการหลอกลวงเกษตรกรคือการทำลายรากฐานของประเทศ พร้อมทิ้งท้ายอย่างเจ็บปวดว่า "จำไว้ว่าเจ็บปวดครั้งนี้... เกษตรกรไม่มีวันลืม"

แท็กที่เกี่ยวข้อง