สภาเดือด! ถกรายงานดับไฟใต้ “อภิสิทธิ์” กางสถิติซัด สมช. นโยบายดับไฟใต้ปี 70 แค่ “เหล้าใหม่ในขวดเก่า” ด้าน “ทวี” แฉยับมีใบสั่งตาย “กมลศักดิ์"
ซัดกันกลางสภา! “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กางหลักฐานย้อนเกล็ด สมช. ชี้เป้าสันติภาพปี 70 เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ขณะที่ “ทวี สอดส่อง” ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ แฉขบวนการยกระดับ สส. เป็นผู้เห็นต่าง เผยรู้ตัวคนสั่งบงการลอบสังหาร “กมลศักดิ์” หวังตัดตอนความยุติธรรมเพื่อสร้างความสงบจอมปลอม!
วันที่ 23เม.ย.2569 เวลา 17.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณารับทราบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ชี้แจงว่า ชี้แจงร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568-2570 ว่า ปัญหาภาคใต้เป็นวาระสำคัญที่ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญ โดยร่างนโยบายฉบับที่ 4 นี้มีวิสัยทัศน์มุ่งสู่ "ภาวะปกติที่ปราศจากความรุนแรง" ภายในปี 2570 ซึ่งจากสถิติเหตุการณ์รุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงปี 2547-2560 แม้ปัจจุบันจะยังมีการก่อเหตุเพื่อแสดงศักยภาพและสร้างอำนาจต่อรอง แต่เน้นการใช้อุดมการณ์ทางการเมืองและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ร่างนโยบายดังกล่าวว่าเป็นการเอา "เหล้าใหม่ในขวดเก่า" แค่นำนโยบายเดิมมาสลับหมวดหมู่ พร้อมกางสถิติแย้งว่าเหตุการณ์ไม่ได้ลดลงจริงตามที่ สมช. กล่าวอ้างหลายปีก่อนหน้าเหตุการณ์กลับเพิ่มขึ้น มีผู้เสียชีวิตหลักร้อย ที่ผ่านมาเราใช้การพูดคุยเป็นกระบวนการประวิงเวลา หรือเจรจาเพื่อหาข่าว แต่ยังคงนโยบายปราบปรามเดิมๆ ทำให้ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า การให้หน่วยข่าวกรองนำการพูดคุยเป็นอุปสรรคต่อสันติภาพ พร้อมเสนอให้รัฐบาลจริงใจกับการ "กระจายอำนาจ" และเคารพในอัตลักษณ์ มากกว่าการเน้นความมั่นคงแบบกดทับ
ขณะที่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้หยิบยกประเด็นความล้มเหลวในการพัฒนา ระบุว่าแม้งบประมาณดับไฟใต้จะสูงถึง 5 แสนล้านบาท แต่ประชาชนในพื้นที่ยังยากจนและล้าหลัง เนื่องจากงบส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับ "ความมั่นคงของรัฐ" ไม่ใช่ "ความมั่นคงของมนุษย์" ประเด็นที่สร้างความตกตะลึงคือ กรณีของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ซึ่งถูกยกระดับให้เป็น "ผู้เห็นต่าง" ทั้งที่ครอบครัวรับราชการมาโดยตลอด
"ตอนนี้เราทราบแล้วว่าใครเป็นคนสั่ง มีการปลุกเร้าคนก่อเหตุว่าถ้าขจัดคนนี้ได้บ้านเมืองจะสงบ นี่คืออันตรายอย่างยิ่งเมื่อความมั่นคงอยู่เหนือความยุติธรรม ขอให้ สมช. ลงไปดูแลคดีนี้ อย่าให้มีการตัดตอนความยุติธรรม" พ.ต.อ.ทวี กล่าว