“เอ็ดดี้ อัษฎางค์” อ่านเกมอำนาจ! เคลียร์ดราม่ารัฐบาลดึง CEO ถกเศรษฐกิจ ชี้กระจายรายได้สู่ประชาชน ไม่ใช่เอื้อประโยชน์เจ้าสัว

การเมือง17 พ.ค. 2569 • 09:26 น.
“เอ็ดดี้ อัษฎางค์” อ่านเกมอำนาจ! เคลียร์ดราม่ารัฐบาลดึง CEO ถกเศรษฐกิจ ชี้กระจายรายได้สู่ประชาชน ไม่ใช่เอื้อประโยชน์เจ้าสัว

“เอ็ดดี้ อัษฎางค์” อ่านเกมอำนาจ! เคลียร์ดราม่ารัฐบาลดึง CEO ถกเศรษฐกิจ ชี้กระจายรายได้สู่ประชาชน ไม่ใช่เอื้อประโยชน์เจ้าสัว

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 "เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค" โพสต์วิเคราะห์ผ่านเฟสบุ๊กระบุว่า

 

“ฟังผู้ประกอบการ ไม่ใช่ การอุ้มนายทุน

แต่คือการหาทางสร้างงาน ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ประชาชน”

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

______________________________________________

มีเสียงวิจารณ์ว่า การที่รัฐบาลเปิดทำเนียบให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ เจ้าสัว และ CEO เข้าไปสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ คือการ “อุ้มนายทุน”

คำวิจารณ์นี้ฟังเผิน ๆ อาจดูมีน้ำหนัก เพราะภาพเจ้าสัวกับรัฐบาลในสังคมไทยย่อมกระตุ้นความระแวงทางการเมืองได้เสมอ

แต่คำถามคือ การรับฟังผู้ประกอบการ เท่ากับการอุ้มนายทุนจริงหรือ?

หรือแท้จริงแล้ว นี่คือการฟังคนที่อยู่ในสนามเศรษฐกิจจริง เพื่อให้รัฐบาลเข้าใจปัญหาจริง และนำข้อมูลเหล่านั้นไปออกแบบนโยบายให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ

______________________________________________

เศรษฐกิจเดินด้วยการลงทุน การจ้างงาน การผลิต การส่งออก ต้นทุนพลังงาน ระบบขนส่ง ความเชื่อมั่น และกฎระเบียบของรัฐที่เอื้อหรือขวางการทำธุรกิจ

ถ้ารัฐบาลไม่ฟังคนที่ทำธุรกิจจริง รัฐบาลก็อาจออกนโยบายจากห้องประชุม โดยไม่เข้าใจว่าปัญหาในสนามจริงคืออะไร

การฟังผู้ประกอบการจึงไม่ใช่การยอมจำนนต่อนายทุน

แต่คือการรับฟังข้อมูลจากคนที่อยู่ในกลไกเศรษฐกิจจริง เพื่อเอามาแปลงเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเศรษฐกิจเดินหน้าได้ ประโยชน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่เจ้าของกิจการ

แต่จะกระจายไปถึงแรงงาน เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย คนรุ่นใหม่ ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไป

______________________________________________

หนึ่ง ประชาชนมีโอกาสทำงานและมีรายได้เพิ่มขึ้น

เมื่อภาคธุรกิจมีความมั่นใจ กล้าลงทุน กล้าขยายกิจการ ก็จะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น

ธุรกิจที่เดินหน้าได้ ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้เจ้าของกิจการเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังหมายถึงตำแหน่งงานใหม่ รายได้ของแรงงาน โอกาสของคนรุ่นใหม่ และการพัฒนาทักษะของประชาชน

ถ้าเอกชนไม่ลงทุน เศรษฐกิจก็ไม่ขยาย

ถ้าเศรษฐกิจไม่ขยาย งานก็ไม่เพิ่ม

ถ้างานไม่เพิ่ม รายได้ของประชาชนก็ยากจะดีขึ้น

ดังนั้น การรับฟังภาคธุรกิจจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับปากท้องของประชาชน

______________________________________________

สอง รัฐบาลจะเข้าใจต้นทุนค่าครองชีพจากความจริง ไม่ใช่จากตัวเลขบนกระดาษ

ค่าครองชีพของประชาชนไม่ได้เกิดจากราคาสินค้าหน้าร้านเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากต้นทุนทั้งระบบ ตั้งแต่พลังงาน ค่าขนส่ง วัตถุดิบ ดอกเบี้ย ค่าแรง ภาษี กฎระเบียบ และความล่าช้าของระบบราชการ

ผู้ประกอบการคือคนที่เห็นต้นทุนเหล่านี้ทุกวัน

ถ้ารัฐบาลฟังข้อมูลจริงจากภาคธุรกิจ รัฐบาลก็จะเข้าใจว่า ราคาสินค้าแพงเพราะอะไร ต้นทุนส่วนใดลดได้ อุปสรรคส่วนใดต้องปลดล็อก และมาตรการแบบใดจะช่วยให้ประชาชนได้ประโยชน์จริง

การฟังผู้ประกอบการจึงไม่ใช่การช่วยนายทุนอย่างเดียว

แต่คือการหาทางลดต้นทุนของระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้ราคาสินค้าและบริการเหมาะสมกับประชาชนมากขึ้น

______________________________________________

สาม นโยบายรัฐจะตอบโจทย์ชีวิตจริงมากขึ้น

นโยบายที่ดีต้องไม่ใช่นโยบายที่ฟังดูดีเฉพาะบนเวที

แต่นโยบายที่ดีต้องใช้ได้จริงในชีวิตจริง

ภาคธุรกิจคือคนที่เผชิญกับการแข่งขันจริง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เห็นปัญหาจริงของระบบราชการ เห็นข้อจำกัดจริงของแรงงาน เห็นต้นทุนจริงของการผลิต และเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกก่อนใคร

เมื่อรัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจสะท้อนปัญหา รัฐบาลก็จะมีข้อมูลจากหน้างานมากขึ้น

นโยบายจึงมีโอกาสทันสมัยขึ้น ปฏิบัติได้จริงขึ้น และตอบสนองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกได้รวดเร็วขึ้น

ประเทศที่แข่งขันได้ ไม่ใช่ประเทศที่รัฐบาลคิดแทนทุกอย่างจากส่วนกลาง แต่คือประเทศที่รัฐฟังคนในสนามจริง แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาออกแบบนโยบายให้แม่นยำกว่าเดิม

______________________________________________

สี่ การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องนำไปสู่การกระจายรายได้

เศรษฐกิจที่ดี ไม่ใช่เศรษฐกิจที่โตเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

แต่ต้องเป็นเศรษฐกิจที่เติบโตแล้วทำให้ประโยชน์กระจายไปถึงคนหลายระดับ

การที่รัฐบาลรับฟังภาคธุรกิจ จึงควรถูกมองในฐานะเครื่องมือหนึ่งของการออกแบบเศรษฐกิจทั้งระบบ ไม่ใช่การให้ประโยชน์กับคนกลุ่มเดียว

เพราะถ้ารัฐบาลนำข้อเสนอของภาคเอกชนไปผูกกับนโยบายกระจายรายได้อย่างถูกทิศทาง เศรษฐกิจไทยก็จะไม่ใช่แค่ “โต” แต่จะ “โตแล้วประชาชนได้ประโยชน์ร่วมกัน”

______________________________________________

ห้า เมื่อเศรษฐกิจเข้มแข็ง รัฐก็มีรายได้กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

เมื่อธุรกิจเดินหน้า การลงทุนเพิ่ม การจ้างงานเพิ่ม รายได้ประชาชนเพิ่ม การบริโภคเพิ่ม และรัฐก็มีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น

รายได้ของรัฐเหล่านี้สามารถนำกลับไปพัฒนาประเทศ ทั้งด้านสาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข ระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการดูแลประชาชน

นี่คือวงจรที่เชื่อมโยงกัน

เอกชนลงทุน

ประชาชนมีงาน

เศรษฐกิจขยายตัว

รัฐมีรายได้

รัฐนำรายได้นั้นกลับไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดังนั้น การฟังภาคธุรกิจจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง

______________________________________________

การโจมตีว่ารัฐบาล “อุ้มนายทุน” เพียงเพราะรัฐบาลเปิดรับฟังภาคเอกชน จึงอาจเป็นการมองเศรษฐกิจแบบตัดตอนเกินไป

ประชาชนจะได้ประโยชน์มากขึ้น ถ้ารัฐบาลสามารถนำเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ ไปแปลงเป็นนโยบายที่สร้างงาน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทั้งประเทศ

เพราะเป้าหมายสุดท้ายของการฟังผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพื่อให้นายทุนได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้า และเมื่อเศรษฐกิจไทยเดินหน้าอย่างมั่นคง ประชาชนทุกระดับก็ต้องได้เดินหน้าไปด้วยกัน

______________________________________________

ฝ่ายที่ต้องการล้มรัฐบาล ย่อมไม่ต้องการให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังทำงาน เขาจึงต้องเปลี่ยนทุกความพยายามของรัฐบาลให้กลายเป็นข้อกล่าวหา

สิ่งที่อันตรายกว่าการไม่เข้าใจเศรษฐกิจ คือการจงใจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ทุกความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนคือการสมคบกันเอาเปรียบประชาชน

การฟังผู้ประกอบการ ไม่ใช่การคุกเข่าต่อนายทุน แต่คือการฟังข้อมูลจากผู้ที่เป็นกลไลทางเศรษฐกิจ เพื่อเอาไปแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน

______________________________________________

อย่าให้วาทกรรมการเมือง บิดเบือนความตั้งใจของรัฐบาลในแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน

 

#เอ็ดดี้อัษฎางค์ #อัษฎางค์ยมนาค #อ่านเกมอำนาจ #การเมืองไทย #รัฐบาลไทย #เศรษฐกิจไทย #แก้ปัญหาปากท้อง #ลดค่าครองชีพ #อุ้มนายทุน #เจ้าสัว #นักธุรกิจ #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #กระแสโซเชียล #ดราม่าการเมือง #ทีมรัฐบาล #พัฒนาประเทศ #ปากท้องประชาชน #นโยบายเศรษฐกิจ #วาทกรรมการเมือง