“กมธ.สว.” มติเอกฉันท์ชงรัฐบาลฉีก MOU 43-44 ชี้ขัด รธน. ด้าน "สว.พันธุ์ใหม่" ค้านยับ หวั่นเปิดช่องทุนพลังงานฮุบผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อน

การเมือง18 พ.ค. 2569 • 14:48 น.
“กมธ.สว.” มติเอกฉันท์ชงรัฐบาลฉีก MOU 43-44 ชี้ขัด รธน. ด้าน "สว.พันธุ์ใหม่" ค้านยับ หวั่นเปิดช่องทุนพลังงานฮุบผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อน

เดือดกลางสภา! คณะกรรมาธิการวิสามัญ สว. มีมติเอกฉันท์เสนอ ครม. ยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 ชี้มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แถมปักปันเขตแดน 26 ปีไม่คืบหน้า ขณะที่กลุ่ม "สว.พันธุ์ใหม่" อภิปรายค้านแหลก เตือนสติอย่าใช้กระแสชาตินิยมทำลายกลไกทวิภาคี หวั่นสูญเสียอำนาจต่อรองทางทะเล และเปิดทางให้กลุ่มทุนพลังงานฉวยโอกาสกอบโกยทรัพยากร

วันที่ 18 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานศึกษาเรื่องข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายนพดล อินนา สว. เป็นประธานกมธ. พิจารณาแล้วเสร็จ

โดยนายนพดล รายงานผลการศึกษาตอนหนึ่ง กมธ.มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นควรให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ เอ็มโอยู 2544 โดยในส่วนของเอ็มโอยู 2543 เป็นสนธิสัญญาที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อปี 2543 ไม่ได้มีมติเห็นชอบ แต่มีมติเพียงรับทราบ และการอนุมัติให้ไปลงนามรับรองเอ็มโอยู 2543 ยังไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเสนอครม.ให้ความเห็นชอบก่อน และการยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 2แสนในเอ็มโอยูที่มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตอำนาจแห่งรัฐ แต่ไม่ได้เสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น แผนที่ที่จัดทำขึ้นตาม เอ็มโอยู 2543 เมื่อเสร็จแล้ว จะไม่ได้รับการรับรองจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน และการดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตามเอ็มโอยู 2543 มีความคืบหน้าน้อยมาก แม้เวลาผ่านไปเกือบ 26 ปี ซึ่งปัจจุบัน การดำเนินการยังอยู่ในขั้นแรก จากทั้งหมด 5 ครั้ง และเกิดการปะทะกันครั้งล่าสุด

“กมธ.ยืนยันว่า ฝ่ายไทย สามารถยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ฝ่ายเดียวได้ แต่ต้องแจ้ง ให้กัมพูชาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเมื่อไทยแจ้งยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ให้กัมพูชาทราบแล้ว ไทยยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 3 เดือน หากไทยต้องการจะเจรจากับกัมพูชา เพื่อปรับปรุงเอ็มโอยู 2543 ตามที่ไทยต้องการสามารถทำได้ ถ้าการเจรจาสำเร็จ ไทยสามารถถอนการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้ แต่ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ ไทยยังยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งที่เจรจาตกลงกันได้แล้วก่อนการยกเลิก” นายนพดล กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการพิจารณารายงานดังกล่าว พบว่ามี สว. ที่เห็นแตกต่าง ทั้งสนับสนุนรายงานและไม่สนับสนุนรายงานเนื่องจากมองว่ามีวาระซ่อนเร้นอีกทั้งมองว่าเอ็มโอยู 2543 ยังเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการเจรจาหาทางออกกับกัมพูชาในความขัดแย้งโดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

โดยนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายไม่เห็นด้วยต่อรายงานของกมธ. ตอนหนึ่งว่า การฉีกเอ็มโอยูทิ้ง เท่ากับการสูญเสียกลไกทวิภาคี และจะทำให้ไทยเดินเข้าสู่การประนอมข้อพิพาทภาคบังคับ ที่มีคนต่างชาติ 5 คนมาเป็นคนกลางพิจารณา ดังนั้นเหตุผลที่ระบุว่ายกเลิกเพื่อลดข้อกังวลจึงเป็นการเอาอธิปไตยไทยไปวางในมือของคนนอก ทั้งนี้การฉีกเอ็มโอยูทิ้ง เท่ากับไทยละทิ้งข้อตกลงว่าด้วยการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนที่กำหนดให้เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นข้อที่ทำให้ไทยได้เปรียบกว่ากัมพูชา อย่างไรก็ดีตนมองว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่าให้กระแสชาตินิยมข่มผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ และขอให้พิจารณาว่าเราจะเป็นรัฐที่ฉลาดใช้เครื่องมือทางการทูตเพื่อต้อนคู่แข่งให้จนมุม หรือเป็นรัฐหวาดระแวงในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงตามกระแสชาตินิยมจนฉีกข้อตกลงทิ้ง ตนมองว่าการรักษาหรือปรับเปลี่ยนเอ็มโอยู 2543 เอ็มโอยู 2544 เพื่อใช้ คือยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งและสมเกียรติประเทศไทย

ขณะที่นายเทวฤทธิ์ อภิปรายว่า การพิจารณาเรื่องใดที่เป็นข้อดีหรือข้อเสีย และการเสนอทางออกควรมีตรงกลาง ไม่ใช่ชี้ไปในทางขาว หรือ ดำ แต่รายงานเสนอให้ยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ เมื่อตนดูรายชื่อ กมธ. พบชื่อของ พล.ท.ชาคร บุญภักดี เจ้ากรมแผนที่ทหาร และ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ นักวิชาการ แปลกใจว่าบุคคลทั้ง 2 เห็นด้วยหรือ เพราะมติของกมธ. ระบุว่าเป็นเอกฉันท์ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าวเพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอต่อการยกเลิกดังนั้นควรปรับปรุง แก้ไขรายงาน

นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า ตามรายงานที่ระบุเหตุผลของการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 อ้างความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกระบวนการภายในประเทศและนักกฎหมายไทยตีความหลากหลาย ตราบที่ไม่ทำให้โมฆะมีผลบังคับใช้ และระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีกระบวนการดำเนินการทางเขตแดนคืบหน้าแล้ว 600 ตารางกิโลเมตรถือว่าเป็นกระบวนการที่ได้รับการยอมรับในทางพฤตินัยแล้ว นอกจากนั้นแล้วได้ให้เหตุผลที่ให้ยกเลิก เพราะกัมพูชาละเมิดไม่รักษาสัญญาเป็นเหตุให้ยกเลิก ทั้งนี้เอ็มโอยูเป็นกลไกเชิงเทคนิคเรื่องเขตแดน เช่น สำรวจ ไม่ใช่เครื่องมือควบคุมพฤติกรรม

“การยกเลิกเอ็มโอยู 2544 ของรัฐบาล ผมมีข้อกังวลต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ ต่อการยกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศในกรณีอื่นๆ และยังมีข้อกังวลต่อความเป็นธรรมและสิ่งที่ต้องสูญเสียที่จะยอมรับต่อการตัดสินที่จะเกิดขึ้นตามกระบวนการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ อันคลอส หรือไม่ ดังนั้นการศึกษาข้อดี ข้อเสียของการยกเลิก ในทางออกไม่ควรเป็นขาวหรือดำ แต่ควรออกมาในทางการคุยหรือปรับปรุงเพื่อไม่ให้สิ่งที่ลากกันมา 26 ปีเสียเปล่า อย่างไรก็ดีในวิกฤติพลังงาน ผมมองว่าควรสร้างโอกาสหาทางพัฒนาพื้นที่ปิโตรเลียมร่วมกัน ใครกันแน่ที่ฉวยเอาผลประโยชน์ประชชนในพ้นที่นั้นน เขาถือสัญชาติกัมพูชา หรือถือสัญชาติไทย แล้วมากอบโกยผลประโยชน์ทรัพยากรภายใต้ชื่อของทุนพลังงานทำให้คนไทยและคนกัมพูชาต้องใช้พลังงาน และน้ำมันราคาแพง แทนจะได้โอกาสสะสางโครงสร้างพลังงาน

และหลังจากที่ สว.ได้อภิปรายและกมธ.ได้ชี้แจงแล้ว พล.อ.เกรียงไกร แจ้งว่าจะส่งความเห็น ข้อสังเกตและรายงานของ กมธ. ให้ ครม. พิจารณารับทราบต่อไป