จุดเปลี่ยน “บิ๊กป้อม” สุขภาพ หรือ ใบสั่ง วางมือการเมือง นั่ง “ที่ปรึกษานายกฯ” ขึ้นชั้น “ผู้มีบารมี นอกรัฐบาล”
ย่างก้าวบนถนนการเมืองของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ กำลังถูกจับจ้องว่า จะไปต่อ หรือ ขอเว้นวรรคแล้ววางมือไปเลย
ท่ามกลางกระแสกดดัน จากหลายทิศทาง และหลายปัจจัย...
หลังการเลือกตั้ง และรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ จนมาถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผล
พล.อ. ประวิตร เคยแบะท่า พร้อมที่จะไปต่อ ร่วมคณะรัฐมนตรี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น้องรักที่จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
“ก็แล้วแต่ นายกฯว่าจะให้ เราไปช่วยต่อหรือเปล่า เรื่องสุขภาพ ไม่เกี่ยว” พล.อ.ประวิตร กล่าวไว้
แต่ในเวลานั้น ก็ยังออกตัวว่า ต้องรอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯเสียก่อนบ้าง หรือว่าต้องให้เขามาทาบทามเสียก่อนบ้าง
ก่อนที่จากนั้นมา พล.อ.ประวิตร จะเปลี่ยนท่าที จากแบะท่า มาเป็นการสงวนท่าทีและคำพูด ว่าจะร่วมครม. นั่งเป็นรองนายกฯและรมว.กลาโหม ต่อหรือไม่ ตอบแต่เพียงว่ายังไม่รู้มาตลอด
แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ทำให้ คนใกล้ชิดและผู้สื่อข่าว แปลกใจ เมื่อถูกถามย้ำคำถามเดิมว่า ถูกทาบทามให้ช่วยงานต่อหรือยัง ?โดย พล.อ.ประวิตร ทำหน้านิ่งๆ ก่อนจะตอบว่า “ผมแย่แล้ว ผมไม่สบาย ผมไม่แข็งแรงเท่าที่ควร”
จนทำให้ นักข่าวรุมซักถามว่า การออกตัวเรื่องสุขภาพไม่แข็งแรง เช่นนี้ เป็นการ ส่งสัญญาณว่าจะ ไม่รับตำแหน่ง จะวางมือทางการเมือง หรือว่า จะรับแค่ตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ตำแหน่งเดียว หรือไม่
แต่คำตอบที่ได้ ก็คือ ยังไม่รู้ และตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ตอบแต่เพียงว่า ไม่รู้ ยังไม่รู้ เมื่อถามถึง อนาคตทางการเมืองของตนเอง
ไม่แค่นั้น ในวันประชุม ครม. เมื่อ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ก็มาตอกย้ำเรื่องสุขภาพอีก เมื่อถูกย้ำถาม เรื่องช่วยงานนายกฯต่อ ว่า “ไม่ไหว ผมเดินไม่ไหวแล้ว”
ก่อนที่จะมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะรับแค่รองนายกฯ ดูแลฝ่ายความมั่นคง ตำแหน่งเดียว แล้วให้ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งควบ รมว.กลาโหม เอง
แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงแม้จะไม่ได้ตอบรับ หรือปฏิเสธ แต่โทนเสียง ฟังดูเหมือนกับว่าไม่ใช่
“ข่าวจากไหนเหรอ กระแสก็คือกระแส” บิ๊กตู่ กล่าว
แต่ก็ไม่ตอบว่า ได้ทาบทาม พล.อ.ประวิตร ร่วมครม.หรือไม่ โดยย้อนถามนักข่าว แค่เพียงว่า “รังเกียจอะไรท่านนักหรือ”
“ผมดูเอง แต่ไม่ใช่ดูกลาโหมนะ ไม่ใช่ แต่จะดู ครม.ภาพรวมเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ท่ามกลางกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังมองหา รมว.กลาโหม คนใหม่ มาแทน พล.อ.ประวิตร เพราะตัวเอง ไม่อยากที่จะควบ รมว.กลาโหม
เพราะมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ด้วยตนเอง
การที่ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มาพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถูกจับตามองว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดโผ ครม.
ทั้งนี้ ต้องถือว่า เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ พล.อ.อภิรัชต์ ต้องมาด้วยตนเอง เพราะสามารถที่จะโทรศัพท์คุยกันแทนก็ได้ อีกทั้ง พล.อ.อภิรัชต์ อยู่ระหว่างการฝึกหลักสูตรราชองครักษ์ ร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพ อยู่ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่ออกมาจากการฝึก
ที่สำคัญ คือ พล.อ.อภิรัชต์ มาพบ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งปิดประตูห้องหารือกับ พล.อ.ประวิตร และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่สโมสรทหารบกฯ หลังจากที่ร่วมงานการแก้ปัญหาน้ำ ด้วยกันแล้ว
จนทำให้เกิดข่าวสะพัดว่า พล.อ.ประวิตร ตัดสินใจที่จะ ขอเว้นวรรค ไม่รับตำแหน่งใดๆในครม. จะขอพักผ่อน เพื่อที่จะไปดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง โดยเฉพาะ ขา ที่เดินไม่ถนัด จะต้องมีคนคอยประคอง ทุกครั้งที่ขึ้น- ลง บันได และบ่อยครั้ง ที่ เกือบสะดุดหกล้ม
ท่ามกลางฝ่ายต่อต้าน คสช.ที่กำลังขุด เรื่อง พล.อ.ประวิตร นำทีม มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ร่วมคณะกรมอุทยานฯ ไปเที่ยวต่างประเทศ เมื่อ เม.ย. 2557 ตั้งก่อนก่อนการรัฐประหารมาแฉ
แม้จะมีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านั้น ด้วยว่า การที่ พล.อ.ประวิตร ออกตัวเรื่อง สุขภาพไม่แข็งแรง เมื่อถูกนักข่าวถามเรื่องอนาคตทางการเมือง ก็เป็นเพราะต้องการจะปูความคิดให้ใครๆเชื่อว่า การที่ตนเองต้อง เหลือเก้าอี้เดียว หรือ ต้องวางมือทางการเมือง ไปเลย นั้น เป็นเพราะเรื่องสุขภาพ
ไม่ใช่เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอา เพราะกลัวว่า จะกลายเป็น ตำบลกระสุนตกของรัฐบาลใหม่ หลังจากที่เคยมีกระแส “เอาตู่ แต่ไม่เอา ป้อม” ออกมาก่อนหน้านี้
และไม่ใช่เพราะมี “ใบสั่ง” พล.อ.ประวิตร วัย 73 ปี ต้องพักผ่อน แต่อย่างใด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไข อื่นๆมากกว่า เรื่องสุขภาพ ของ พล.อ.ประวิตร
ด้วยเพราะ ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เคยออกตัวแล้วว่า แม้จะอยากให้ พล.อ.ประวิตร ช่วยงานต่อ แต่ก็ห่วงสุขภาพของท่าน ว่า จะช่วยแค่ไหน อย่างไร
ไม่แค่นั้น กระแสข่าว รมว.กลาโหม คนใหม่ ที่จะมาแทน พล.อ.ประวิตร ในกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควบรมว.กลาโหม ก็กำลังสะพัดว่า ไม่ใช่ “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ที่ พล.อ.ประวิตร หมายหมั้นปั้นมือไว้ แต่จะเป็นได้แค่ รมช.กลาโหม เท่านั้น จึงทำให้ มีชื่ออยู่ใน รายชื่อ ส.ว. สำรอง อยู่ด้วย
ท่ามกลางกระแสข่าว รมว.กลาโหม คนใหม่ จะเป็นอดีตบิ๊กทหาร ที่มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อภิรัชต์ ที่อาจจะต้องลาออก จากตำแหน่งสำคัญ เพื่อมาทำหน้าที่ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และอาจกลายเป็น บุคคล ที่เป็น เชิงสัญลักษณ์ ของ กองหนุน ให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย
แต่หากว่า ไม่มีใครเหมาะสม ที่จะมาเป็น รมว.กลาโหม ก็ต้องกลับมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ ควบ เอง เบ็ดเสร็จ
แม้ พล.อ.ประวิตร จะกลายเป็นแค่ที่ปรึกษานายกฯ และช่วยอยู่เบื้องหลัง พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็ยังคงมีบทบาท ประหนึ่ง รมว.กลาโหม เงา เช่นกัน รวมถึงการดูแลตำรวจ ในฐานะที่ดูแลตำรวจมานาน หยั่งรากลึกไว้เยอะ
เพียงแต่อำนาจการตัดสินใจ ในกรณีที่ มีความเห็นไม่ตรงกัน จะอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่า ไม่ว่าจะการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ
และโดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร การเลือก ผบ.เหล่าทัพ และตำแหน่งสำคัญๆต่างๆ
ในอีกมุมหนึ่ง อาจมองได้ว่า บทบาทของ พล.อ.ประวิตร จะค่อยๆลดน้อยลงไป หาก มี รมว.กลาโหม คนใหม่ ที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์
แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ก็ยังคง เป็น ผู้มีบารมีนอกรัฐบาล อยู่ดี !