- โฆษณา -

"อดีตสว.สมชาย" ข้องใจ ! ทำไม "กรมสรรพากร" ไม่ใช้ ม.37 จัดการภาษี "ทักษิณ" 1.76 หมื่นล้าน

การเมือง6 มิ.ย. 2569 • 09:14 น.
"อดีตสว.สมชาย" ข้องใจ ! ทำไม "กรมสรรพากร" ไม่ใช้ ม.37 จัดการภาษี "ทักษิณ" 1.76 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 สมชาย แสวงการ อดีต สว. โพสต์ข้อความระบุถึงการออกเอกสารข่าวของกรมสรรพากร ชี้แจงกรณีจัดเก็บภาษีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท ว่า 

- โฆษณา -

" #ประชาชนตรวจสอบ
#คดีภาษี #โทษจำคุก #ผิดปกติ? หรือ #ปาหี่การเมือง ?

เอกสารชี้แจงกรมสรรพากรเรื่องภาษีทักษิณ1.76 หมื่นล้าน ดูเหมือนดี ดูเหมือนทำเต็มที่ แต่…. มีคำถามค้างคาใจ ว่า กรมสรรพากรทำได้แค่นี้ หรือทำสุดความสามารถแล้วจริงๆ หรือ ทำตามแบบแผนที่กรมสรรพากรตามกฎหมายเหมือนที่ทำกับผู้หลบเลี่ยงภาษีทั่วไปหรือไม่

เพราะมีข้อสงสัยว่า “เหตุใดกรมสรรพากร ไม่ใช้มาตรา 37ของประมวลรัษฎากรเรียกนายทักษิณมาสอบ เหมือนเวลาที่ประชาชนทั่วไป มีปัญหาเรื่องภาษี กรมสรรพากรต้องใช้กฎหมายมาตรา 37 นี้เรียกไปสอบให้เป็นที่ยุติก่อนใช่หรือไม่ ก่อนที่กรมสรรพากรจะตัดสินใจฟ้องล้มละลาย ยิ่งสงสัยว่า นี่เป็นการตัดสินใจทางกระบวนการถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หรืออาจถูกครหาว่า เป็นการไม่พยายามสืบทรัพย์อย่างสุดความสามารถทั้งในและต่างประเทศจริงหรือนี่อาจเป็นฮั้ว #ปาหี่การเมืองกันหรือไม่

ประมวลรัษฎากรมาตรา 37 บัญญัติว่า ”ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท

....(1) โดยเจตนาแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือเพื่อขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้ หรือ

....(2) โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้

....จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร มีการกระทำอันเป็นองค์ประกอบความผิด ดังนี้

....1. การกระทำที่เป็นองค์ประกอบภายนอก

มี 2 กรณี ดังนี้

........1.1 กรณีกระทำการแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากร (มาตรา 37 (1))

........1.2 กรณีหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากร ซึ่งกระทำโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน (มาตรา 37 (2))

กรมสรรพากรลืมใช้กฎหมายมาตรานี้ในการเรียกนายทักษิณมาสอบให้สิ้นกระแสความถึงภาษี 1.76 หมื่นล้านบาท ที่กรมสรรพากรมีหน้าที่แทนรัฐในการเรียกเก็บเข้าคลังแผ่นดิน ก่อนตัดสินใจฟ้องล้มละลาย ใช่หรือไม่"