"สนธิรัตน์" จี้รัฐบาลหยุด "วงจรถอนทุนทางการเมือง" ชง 4 แนวทางสู้คอร์รัปชัน

การเมือง7 มิ.ย. 2569 • 19:31 น.
"สนธิรัตน์" จี้รัฐบาลหยุด "วงจรถอนทุนทางการเมือง" ชง 4 แนวทางสู้คอร์รัปชัน

"สนธิรัตน์" เตือนรัฐบาลอำนาจล้น จี้หยุด “วงจรถอนทุนทางการเมือง” พร้อมเสนอ 4 แนวทางปฏิรูปการเมือง เพิ่มความโปร่งใส และแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน

วันที่ 7 มิ.ย.69 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เตือนรัฐบาลเสี่ยงเผชิญ "วงจรถอนทุนทางการเมือง" โดยระบุว่า...

“หยุดวงจรถอนทุนทางการเมือง”

รัฐบาลปัจจุบันดูเหมือนจะมีเสถียรภาพสูง และมีอำนาจในการขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างเต็มที่ หลายฝ่ายจึงมองว่าน่าจะสามารถบริหารประเทศต่อไปได้อีกยาวนาน

แต่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้สอนเรามาโดยตลอดว่า อำนาจที่เข้มแข็งยิ่งเท่าไร ยิ่งต้องมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งควบคู่กันไป

สิ่งที่น่ากังวลในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของบุคคลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่คือการ

กลับมาของสิ่งที่ผมเรียกว่า

“วงจรถอนทุนทางการเมือง”

ในช่วงที่ผ่านมา สังคมได้ตั้งคำถามต่อหลายโครงการของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี หรือเมกะโปรเจกต์ต่างๆ

หลายกรณีอาจไม่มีการกระทำผิดใดๆ เกิดขึ้นเลยก็ได้

แต่เมื่อสังคมยังมีข้อสงสัย รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงให้ชัดเจน เพราะความโปร่งใสไม่ใช่ภาระของผู้มีอำนาจ แต่เป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจ

ปัญหาที่แท้จริงคือ เราไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นปัญหาของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง

เพราะความจริงแล้ว ปัญหานี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนานในระบบการเมืองไทย

เมื่อการเลือกตั้งมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันทางการเมืองใช้ทรัพยากรมหาศาลมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดแรงกดดันในการแสวงหาผลตอบแทนทางการเมืองหลังเข้าสู่อำนาจก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นี่คือสิ่งที่เราทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข

ผมเชื่อว่า ประเทศไทยควรเดินหน้าอย่างจริงจังใน 4 เรื่องสำคัญ

1. เปิดเผยข้อมูลโครงการภาครัฐให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย

2. เสริมความเข้มแข็งให้กลไกตรวจสอบทั้งในสภา องค์กรอิสระ และภาคประชาชน

3. คุ้มครองสื่อมวลชน นักวิชาการ และผู้เปิดเผยข้อมูลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ

4. ปฏิรูประบบการเมืองและการเลือกตั้ง เพื่อลดต้นทุนทางการเมืองและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

ผมเชื่อว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดคนดี ไม่ได้ขาดคนเก่ง และไม่ได้ขาดผู้นำท้องถิ่นหรือผู้นำทางการเมืองที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน

สิ่งที่เรายังขาด คือระบบที่ทำให้คนดีสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และทำให้คนที่คิดจะใช้การเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนไม่สามารถทำได้

การแก้ปัญหาคอร์รัปชันจึงไม่ใช่การล้มฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน

หากเรากลัดกระดุมเม็ดแรกของระบบการเมืองได้ถูกต้อง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสก้าวพ้นวงจรถอนทุนทางการเมือง และเดินหน้าไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง