- โฆษณา -

"พรรคประชาชน" ลั่นพร้อมสู้คดี 44 สส. นัดแรก 30 มิ.ย.นี้ ยันแก้ ม.112 ไม่ควรถูกฟ้อง วอนสังคมช่วยกดดันกระบวนการยุติธรรม

การเมือง24 มิ.ย. 2569 • 15:20 น.
"พรรคประชาชน" ลั่นพร้อมสู้คดี 44 สส. นัดแรก 30 มิ.ย.นี้ ยันแก้ ม.112 ไม่ควรถูกฟ้อง วอนสังคมช่วยกดดันกระบวนการยุติธรรม

"เท้ง ณัฐพงษ์" หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศความพร้อมสู้คดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ปมลงชื่อเสนอแก้ ม.112 ศาลฎีกานัดพิจารณาครั้งแรก 30 มิ.ย.นี้ มั่นใจทีมกฎหมายพรรค ย้ำการเสนอร่างกฎหมายเป็นหน้าที่ผู้แทน ไม่ควรถูกฟ้องดำเนินคดีจริยธรรม ยอมรับลำพังในระบบสู้ยาก วอนประชาชนนอกสภาร่วมส่งเสียงกดดัน ทวงคืนกระบวนการยุติธรรมที่ตรงไปตรงมา

วันที่ 24 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชช.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีความคืบหน้าคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กล่าวหา 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศาลฎีกานัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ว่าทางพรรคและอดีต สส. ทั้ง 44 คน ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่และมีความเชื่อมั่นในทีมกฎหมายของพรรคอย่างมาก โดยขอยืนยันในหลักการพื้นฐานว่า การที่พวกตนทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภาด้วยการยื่นร่างแก้ไขกฎหมายตามกระบวนการนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ควรที่จะเป็นสาเหตุหรือเงื่อนไขที่ทำให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจริยธรรมร้ายแรงเช่นนี้

- โฆษณา -

เมื่อถามว่าจะมีการตั้งธงข้อต่อสู้ในประเด็นใดเป็นพิเศษหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า แนวทางการต่อสู้คดียังคงยืนยันในหลักการเดิมเหมือนที่เคยสื่อสารต่อสาธารณะไปแล้วทุกประการ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความเป็นธรรมกับพวกตน

เมื่อถามต่อว่า การใช้แนวทางข้อต่อสู้เดิมจะสามารถเอาชนะคดีในชั้นศาลได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า หากตนเองและเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคต่อสู้เพียงลำพังและพึ่งพาเพียงกระบวนการในระบบยุติธรรมอย่างเดียว หลายคนอาจจะมองว่าสู้ไปก็ไม่มีทางชนะ

"แต่อย่าลืมว่าการต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมา ถึงแม้จะเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่เราสามารถผลักดันสิ่งต่างๆ จนประสบความสำเร็จได้หลายเรื่อง ซึ่งทั้งหมดมาจากเสียงของประชาชนนอกสภาที่ช่วยกันส่งเสียงกดดันและสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงาน สมรสเท่าเทียม หรือสุราก้าวหน้า คดีนี้ก็เช่นเดียวกัน ในระบบเราสู้เต็มที่ แต่ในนอกระบบที่เป็นเสียงของประชาชนข้างนอก ทุกคนต้องช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องและกดดัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เราต้องการคือกระบวนการยุติธรรมที่ตรงไปตรงมา และการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง" นายณัฐพงษ์ กล่าว