“จูรี” ฉะงบฯ ปี 70 ไร้อนาคต แซะรัฐบาลจ้องแต่แจกเงินเยียวยาน้ำท่วม ด้าน “ภราดร” โต้ปรับเกณฑ์อุดรอยรั่ว
"จูรี นุ่มแก้ว" สส.สงขลา ปชป. อภิปรายเดือดกลางสภา ฉะงบประมาณปี 70 ไร้อนาคต จัดงบ ปภ. บิดเบี้ยว เน้นแจกเงินเยียวยามากกว่าป้องกันน้ำท่วม ด้าน "ภราดร" แจงยิบ ปรับลดงบจังหวัดสกัดโครงการซ้ำซ้อน ย้ำเดินหน้ากระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นแท้จริง
วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ต่อมา นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา เ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณในการรับมือภัยพิบัติและอุทกภัย โดยระบุว่า งบประมาณเล่มนี้มองดูแล้วเหมือนมีทุกอย่างครบถ้วน ยกเว้นสิ่งเดียวที่ไม่มีคืออนาคต เนื่องจากโครงสร้างงบประมาณไม่ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งที่ตอกย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีอนาคต คือการบริหารงบประมาณเพื่อรับมือภัยพิบัติในสภาวะโลกรวน รัฐบาลยังคงยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ คือ รอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยคิดทำ โดยยกตัวอย่างงบประมาณของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ 4,800 ล้านบาท แต่กลับแบ่งมาใช้ในงานป้องกันเพียง 331 ล้านบาท หรือไม่ถึง ร้อยละ 7 ของงบทั้งหมด แต่งบส่วนใหญ่กว่า 3,400 ล้านบาท กลับตั้งไว้รอเยียวยาหลังเกิดเหตุ และอีกกว่า 1,000 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ จนทำให้ ปภ. แทบจะกลายเป็นกรมบรรเทาสาธารณภัยเพียงอย่างเดียว สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้น
"สะท้อนให้เห็นจากกรณีน้ำท่วมใหญ่อำเภอหาดใหญ่เมื่อปี 2568 ที่ระบบพยากรณ์อากาศล้มเหลว ไม่มีความแม่นยำ แจ้งเตือนอพยพประชาชนล่าช้า จนสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไปเพิ่มงบกลางจากปีก่อนขึ้นมาอีก 60,000 ล้านบาท รวมเป็น 690,000 ล้านบาท มากองไว้ที่หน้าตักตนเอง เพราะงบกลางตรวจสอบยาก หยิบใช้ง่าย เพียงแค่เติมคำว่าพลัส เข้าไปในชื่อโครงการ สุดท้ายงบเยียวยาเหล่านี้ก็คือภาษีของประชาชน" นายจูรี กล่าว
สส.สงขลา กล่าวต่อว่า ลึกๆ แล้ว พี่น้องชาวหาดใหญ่และประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติไม่มีใครอยากได้เงินเยียวยาหลักพันหลักหมื่น เพราะมันไม่คุ้มค่ากับความเสียหายทางเศรษฐกิจหลักแสนหลักล้าน หากต้องน้ำท่วมแล้วรอรับเงินเยียวยาแบบนี้ทุกปี ประชาชนคงค่อยๆ ตายไปเอง สิ่งที่ประชาชนต้องการคือการลงทุนระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่หลายครั้ง เคยหาเสียงว่าจะสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม แต่จนถึงวันนี้คำสัญญาว่าจะสร้างสิ่งเหล่านั้นหายไปหมด กลายเป็นการสร้างหนี้แทน
"อยากให้รัฐบาลตอบชัดๆ จากหัวใจว่า มาตรการและโครงการป้องกันน้ำท่วมที่เคยหาเสียงไว้ บรรจุอยู่ในบรรทัดไหนของงบประมาณปี 2570 ตอนนี้ภาคเอกชนและประชาชนกำลังนับถอยหลังอีก 100 วันจะเข้าสู่ฤดูน้ำท่วมแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการอะไรออกมารองรับเลย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนงบกลาง แล้วกระจายงบลงสู่ท้องถิ่นเพื่อให้พื้นที่จัดการตนเอง รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิด หันมาให้ความสำคัญกับการ รู้ก่อน เตือนก่อน ป้องกันก่อน เหมือนในหลายประเทศที่เขาเรียนรู้จากภัยพิบัติเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญยถากรรมแล้วรอแจกเงินเยียวยาเป็นวัฏจักรไม่รู้จบ" นายจูรี กล่าว
จากนั้นนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเหตุผลถึงการปรับลดงบประมาณของสำนักงบประมาณ ในส่วนของงบฯจังหวัด และกลุ่มจังหวัดจำนวนหลายหมื่นล้านบาทว่า หลายปีที่ผ่านมาโครงการที่เกิดขึ้นโดยงบฯจังหวัดและกลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ90เปอร์เซ็นต์ เป็นงานถนน งานแหล่งน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น จริงๆแล้วงบฯดังกล่าวไม่ได้ต้องการให้ทำโครงการเหล่านี้ แต่ต้องการให้จังหวัดไปคิดแนวทาง หรือแผนในการพัฒนาจังหวัดให้เติบโตอย่างมั่นคง สร้างมูลค่าเพิ่มให้จังหวัด ยอมรับว่าการใช้งบฯดังกล่าวในการทำถนน หรือแหล่งน้ำขนาดเล็กไม่ตอบโจทย์ เพราะมีหน่วยงานรับผิดชอบเช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท อยู่แล้ว แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีงบฯจำกัด ไม่สามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของประชาชนทั้งหมด แต่เขาสามารถจัดลำดับความสำคัญของโครงการได้ว่าแบบไหนเร่งด่วน แบบไหนต้องเร่งรัดดำเนินการ โครงการเร่งด่วนกลับไม่ถูกใส่ไว้ในความสำคัญลำดับต้นๆของหน่วยงานที่รับผิดชอบ กลับเอาไปซุกไว้ที่งบฯจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด
นายภราดร กล่าวต่อว่า รัฐบาลปัจจุบันจึงได้กำหนดเกณฑ์กันใหม่ผ่านคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ(กนบ.) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานฯ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาวางกติกากันใหม่ว่าต่อไปนี้งบฯจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด จะไม่นำไปดำเนินการกับภารกิจที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ตนมั่นใจว่าถ้าจัดลำดับความสำคัญดีๆตามความเร่งด่วน หรือจะมีความเสียหายต้องได้รับการบำรุงรักษา จะต้องจัดลำดับให้อยู่ต้นๆของหน่วยงานนั้นๆ แทนที่จะนำไปซุกไว้ในงบฯจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ไม่ใช่มาอ้างกันว่า ถนน หรือการติดโซล่าร์เซลล์ คือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แล้วไปใช้งบฯแบบผิดวัตถุประสงค์ รัฐบาลนี้ไม่ยอมให้เกิดขึ้น ส่วนที่มีการบอกว่าการตัดลดงบฯจังหวัดไม่ตอบโจทย์การกระจายอำนาจนั้น ตนคิดว่าเรื่องนี้คงต้องมาเปิดคอร์สสอนหลักสูตรการกระจายอำนาจกันใหม่หรือไม่ งบฯจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ไม่ใช่การกระจายอำนาจ แต่คือการกระจายลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) งบฯจังหวัดฯคือการแบ่งอำนาจ อำนาจยังกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง ถ้าจะกระจายอำนาจต้องลงไปยังท้องถิ่น
“ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจลงไปยังท้องถิ่น งบฯท้องถิ่นปีนี้ไม่ได้ลดลงเหมือนหน่วยงานอื่น อปท.ได้รับงบฯเพิ่มขึ้น อาจไม่ถึงที่คาดหวังคือ35เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วแน่นอน ยืนยันว่า รัฐบาลนี้จะไม่จัดงบฯลงท้องถิ่นแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา อปท.ไหนใกล้ชิดหน่วยงานส่วนกลางมากหน่อยก็ได้รับจัดสรรมาก แบบนี้เราไม่ทำ”รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว