- โฆษณา -

“เท้ง” กางข้อมูล ครม.เงา ซัดปัญหากัญชาเสรีพ่นพิษ ทำไทยเสียภาพลักษณ์ “ฐานยาเสพติดข้ามชาติ”

การเมือง8 ก.ค. 2569 • 11:04 น.
“เท้ง” กางข้อมูล ครม.เงา ซัดปัญหากัญชาเสรีพ่นพิษ ทำไทยเสียภาพลักษณ์ “ฐานยาเสพติดข้ามชาติ”

“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” นำทีม ครม.เงา พรรคประชาชน แถลงจี้รัฐบาลคุมเข้มปัญหากัญชาลักลอบส่งออก หลังต่างชาติจับกุมล็อตมหึมา แฉสถิติผู้ป่วยจิตเวชพุ่ง 3 เท่าเพราะสุญญากาศทางกฎหมาย พร้อมส่งไม้ต่อ สส.พรรค เปิดแผลวิกฤตสารพิษปนเปื้อนโลหะหนัก 6 ลำน้ำ ทำท่องเที่ยวพังยับกว่า 80%

วันที่ 8 ก.ค.2569 เวลา 09.35 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 8 ถึงวิกฤตปัญหายาเสพติดและการควบคุมกัญชาในปัจจุบันว่า ประเทศไทยกำลังเสี่ยงที่จะถูกนานาชาติตราหน้าว่าเป็น "ฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรข้ามชาติ" และเป็นแหล่งส่งออกกัญชาที่ผิดกฎหมายไปยังเวทีโลก ยกตัวอย่างกรณีอื้อฉาวระดับสากล เช่น เหตุการณ์พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตรวจพบความเชื่อมโยงกับเฮโรอีน ไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) รวมถึงกัญชา นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีรายงานการจับกุมกัญชาล็อตใหญ่จากประเทศไทยในหลายประเทศปลายทาง อาทิฮ่องกง จับกุมกัญชาแห้ง น้ำหนัก 23 กิโลกรัม มูลค่าราว 16.9 ล้านบาทโปแลนด์และเยอรมนี: ตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ พบกัญชาซุกซ่อนมาในสินค้าลูกหลาน น้ำหนักรวมกว่า 1.2 ตัน มูลค่าสูงถึง 450 ล้านบาท อินโดนีเซีย ตรวจยึดช่อดอกกัญชาคุณภาพสูงลักลอบนำเข้าจากไทย ปริมาณกว่า 3.37 ตัน

- โฆษณา -

ผู้นำฝ่ายค้านฯ เปิดเผยตัวเลขจากกรมศุลกากรระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 มีการจับกุมคดียาเสพติดเกือบ 3,000 คดี น้ำหนักรวมกว่า 300,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านบาท ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวเลขที่สกัดจับได้เท่านั้น แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่เล็ดลอดออกนอกประเทศ เนื่องจากประเทศปลายทางส่วนใหญ่ยังกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดและเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

“ผลกระทบไม่ได้เกิดแค่ภาพลักษณ์ประเทศ แต่ตกอยู่กับคนไทยโดยตรง ข้อมูลจากภาครัฐชี้ชัดว่า นับตั้งแต่มีการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อปี 2565 จำนวนผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพกัญชาพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า โดยในปี 2562 มีผู้ป่วยเพียง 6,500 ราย แต่ในปี 2566 ตัวเลขกลับกระโดดไปสูงถึงกว่า 20,000 ราย” นายณัฐพงษ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้คัดค้านการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ปัญหาวิกฤตในปัจจุบันเกิดจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ละเลยการออกกฎหมายควบคุมที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมาตลอด 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2565 - 2569) ปล่อยให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายร้ายแรง 2 ด้าน คือ ฝั่งผู้เสพ/ผู้ซื้อ ประเทศไทยไม่มีกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำในการซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาอย่างชัดเจน แตกต่างจากสุรา บุหรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล ขณะที่บทลงโทษมีเพียงการยึดใบอนุญาต ซึ่งเป็นโทษทางปกครองที่เบามาก ไม่ใช่โทษทางอาญา ทำให้ควบคุมเยาวชนไม่ได้ผล ฝั่งผู้ผลิต พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีการออกใบอนุญาตเพียง 3 ประเภท คือ ใบอนุญาตขาย/แปรรูป, ใบอนุญาตส่งออก, และใบอนุญาตเพื่อการวิจัย แต่กลับไม่มีใบอนุญาตสำหรับการผลิต ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถตรวจสอบปริมาณสต็อกและกำลังการผลิตกัญชาในประเทศที่แท้จริงได้เลย

“พรรคประชาชนจึงเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยใน ระยะสั้น นายกรัฐมนตรีต้องลงมากำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคง ป.ป.ส. และกรมศุลกากร เพื่อสกัดกั้นการส่งออกกัญชาและยาเสพติดอย่างจริงจัง ส่วนใน ระยะกลางและระยะยาว ต้องเร่งผลักดันกฎหมายควบคุมกัญชา ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมร่วมพิจารณาอย่างเข้มข้นในชั้นสภาฯ