กมธ.วิสามัญวุฒิสภา สรุปพิจารณางบปี 70 สัปดาห์แรก เน้นใช้งบคุ้มค่า รักษาวินัยการคลัง
กมธ.วิสามัญวุฒิสภา สรุปผลพิจารณางบปี 70 สัปดาห์แรก เน้นคุ้มค่า-วินัยการคลัง
วันที่ 17 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา แถลงสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการประชุมรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 (ตามกรอบระยะเวลาดำเนินงาน) โดยกำหนดประชุมทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 17:00 น. เพื่อศึกษาและตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณอย่างรอบด้าน โดยยึดหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายงบประมาณเป็นสำคัญ
สำหรับการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการได้มีการเลือกตำแหน่งต่าง ๆ และกำหนดแนวทางการทำงาน โดยมีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้มอบหมายให้นายสุทนต์ กล้าการขาย ทำหน้าที่โฆษกเพื่อสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนต่อประชาชน โดยเน้นการวิเคราะห์เชิงนโยบายควบคู่ไปกับการติดตามประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของทุกหน่วยงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร
ต่อมาในการประชุมครั้งที่ 2 ได้มีการพิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจและการคลังของประเทศร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงพิจารณางบกลาง โดยกรรมาธิการได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการรักษาวินัยทางเงินการคลัง การบริหารหนี้สาธารณะ และการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ส่วนการประชุมครั้งที่ 3 และ 4 เป็นการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, กรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.), สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยสป.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการ ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ การกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนผลต่อประชาชน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายกระดับการให้บริการภาครัฐ
ในการประชุมครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงที่สุด โดยเชิญผู้บริหารระดับสูงจากทุกหน่วยงานเข้าชี้แจง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, กรมศุลกากร, กรมสรรพสามิต, กรมสรรพากร, กรมธนารักษ์, กรมบัญชีกลาง, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตลอดจนสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและกองทุนต่าง ๆ โดยเน้นย้ำเรื่องการบริหารหนี้สาธารณะ วินัยการเงินการคลัง การเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้ การขยายฐานภาษี การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบภาษีและการคลัง การบริหารทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการกำกับดูแลการใช้จ่ายให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
"การพิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการตรวจสอบตัวเลขงบประมาณเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติ เพราะงบประมาณแผ่นดินคือเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์ จึงต้องถูกใช้ด้วยความโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด" นายสุทนต์ กล่าว
ด้านนายศุภโชค ศาลากิจ ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ คนที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการ ได้เน้นย้ำ 3 เรื่องสำคัญ คือ 1. การส่งเสริมให้กรรมาธิการเข้าร่วมประชุมมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีสถิติการเข้าร่วมสูงถึงร้อยละ 70-80 ขึ้นไป 2. การเพิ่มคุณภาพการทำงานโดยนัดประชุมก่อนเวลาจริงในเวลา 08:30 น. เพื่อให้สำนักงบประมาณของรัฐสภา (PBO) ให้ข้อมูลเชิงลึกแก่กรรมาธิการก่อนการชี้แจงของหน่วยงาน
และ 3. การบูรณาการร่วมกับคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 21 คณะของวุฒิสภา ให้ช่วยกันติดตามการใช้จ่ายงบประมาณและโครงการต่าง ๆ ของแต่ละกระทรวงที่ตรงกับภารกิจของตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยทางคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณจะทำหน้าที่ป้อนข้อมูลการเบิกจ่ายต่าง ๆ ให้กับกรรมาธิการคณะอื่น ๆ ต่อไป
ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งที่ 6 ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ณ ห้อง CB 411 กรรมาธิการยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยึดหลักวิชาการและเป็นกลาง โดยในสัปดาห์หน้าจะเดินหน้าพิจารณางบประมาณของกระทรวงและหน่วยงานอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณปี 2570 จะสามารถตอบสนองการพัฒนาประเทศ เสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาวได้ตามเป้าหมาย