- โฆษณา -

ส้มเดือด! สมาชิกพรรคประชาชนจี้ "ภาวุธ" ลาออก! เซ่นปมลดบทบาทสอบ TH-AI Passport พันล้าน-คดี Forex

การเมือง4 ส.ค. 2569 • 11:10 น.
ส้มเดือด! สมาชิกพรรคประชาชนจี้ "ภาวุธ" ลาออก! เซ่นปมลดบทบาทสอบ TH-AI Passport พันล้าน-คดี Forex

 

เดือดสายส้ม! สมาชิกพรรคประชาชนจี้ "ภาวุธ" ลาออก! เซ่นปมลดบทบาทสอบ TH-AI Passport พันล้าน-คดี Forex

- โฆษณา -

 

 

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ สมาชิกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

 

ถึงเวลา “ภาวุธ” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ - Pawoot Pongvitayapanu ต้องลาออก เพื่อรักษามาตรฐานของพรรคและสภา

พรรคประชาชน - People's Partyณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - Natthaphong Ruengpanyawut รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุล

การอ้างว่า “งานกรรมาธิการเยอะ” จึงต้องลดบทบาทตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่คำชี้แจงที่เพียงพอสำหรับประชาชน

เพราะนี่ไม่ใช่งานทั่วไป แต่เป็นโครงการใช้งบประมาณแผ่นดินกว่า 1,621 ล้านบาท ซึ่งนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เคยเป็นผู้ตั้งคำถามอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องความคุ้มค่า ที่มาของโครงการ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนที่ท่าทีจะเปลี่ยนไปจนถูกตั้งคำถามจากเพื่อน สส.ในพรรคเดียวกันเอง THE STANDARD

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “งานเยอะหรือไม่” แต่คือ

เหตุใดจึงลดบทบาทในช่วงเวลาที่การตรวจสอบกำลังต้องการความต่อเนื่องมากที่สุด?

1. สส.ไม่มีสิทธิ์เลือกทำเฉพาะงานที่สะดวกกับตนเอง

ประชาชนไม่ได้เลือก สส.มาเพื่อให้ทำงานเฉพาะเวลาที่ไม่มีภาระส่วนตัว ไม่มีคดี หรือไม่มีงานอื่นแทรก

เมื่ออาสาเข้ามาเป็นผู้แทนประชาชน หน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและการใช้เงินภาษีต้องมาก่อนความสะดวกส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนเปิดประเด็นและมีข้อมูลอยู่ในมือ

หากงานกรรมาธิการมากเกินไป ก็ต้องลดตำแหน่งอื่น

หากคดีส่วนตัวทำให้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เต็มที่ ก็ต้องพิจารณาสถานะของตนเอง

ไม่ใช่ลดบทบาทตรวจสอบโครงการพันกว่าล้านบาท แล้วบอกว่า “มี สส.คนอื่นทำแทน”

ความรับผิดชอบทางการเมืองไม่ใช่งานที่โยนต่อกันได้ทุกครั้งเมื่อเริ่มไม่สะดวก

2. การเปลี่ยนท่าทีต้องอธิบายด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงบอกว่าได้ทดลองใช้

หากนายภาวุธได้รับข้อมูลใหม่จนเห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ ก็ควรเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบว่า

ข้อสงสัยเดิมข้อใดได้รับคำตอบแล้ว

หลักฐานใหม่คืออะไร

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใสขึ้นอย่างไร

ราคาที่รัฐจ่ายมีความคุ้มค่าอย่างไร

ประเด็นที่เคยตั้งข้อสังเกตยังเหลืออยู่หรือไม่

การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แล้วพบว่า “ใช้ได้ดี” ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการ และไม่ได้พิสูจน์ว่าโครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาทคุ้มค่ากับภาษีประชาชน

ของที่ใช้ได้ ไม่ได้แปลว่าการจัดซื้อถูกต้อง

ของที่มีประโยชน์ ไม่ได้แปลว่าราคาสมเหตุสมผล

นี่คือสองเรื่องที่ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

3. คดี Forex ทำให้ต้องยิ่งเปิดเผย ไม่ใช่ลดบทบาทตรวจสอบ

ปัจจุบันนายภาวุธเข้าสู่กระบวนการรับทราบข้อกล่าวหาของ DSI ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นเพียงผู้ซื้อขาย ไม่เคยชักชวนใคร และปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน Thai PBS, THE STANDARD

ต้องย้ำว่า ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และยังไม่มีหลักฐานสาธารณะเพียงพอให้สรุปว่าการเปลี่ยนท่าทีต่อ TH-AI Passport เป็นการแลกเปลี่ยนกับผลทางคดี จึงไม่ควรกล่าวหาเช่นนั้นโดยปราศจากหลักฐาน

แต่ในทางการเมือง เมื่อคดีส่วนตัวเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนท่าทีต่อโครงการของรัฐบาล หน้าที่ของนายภาวุธไม่ใช่เพียงหัวเราะแล้วบอกว่า “ไม่มี” หากควรเปิดเผยข้อมูลและเส้นเวลาการตัดสินใจทั้งหมด เพื่อขจัดข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อมีความขัดแย้งทางความน่าเชื่อถือ ยิ่งต้องตรวจสอบให้หนักขึ้น ไม่ใช่ถอยออกจากหน้าที่

4. คำว่า “#ขี้ขลาดตาขาว” อาจแรง แต่สิ่งที่ประชาชนเห็นคือการถอยในจังหวะสำคัญ

นายภาวุธอาจไม่ยอมรับว่าตนเองขี้ขลาด และเราไม่อาจรู้แรงจูงใจภายในใจของเขาได้ แต่ในทางการเมือง การเริ่มต้นอย่างกล้าหาญแล้วถอยเมื่อเกิดแรงกดดัน ย่อมทำให้ประชาชนตั้งคำถามได้ว่า

กำลังรักษาประโยชน์สาธารณะ หรือกำลังรักษาความปลอดภัยทางการเมืองของตนเอง?

การบอกว่า “มีคนอื่นทำแทน” ไม่ทำให้ความรับผิดชอบเดิมหายไป และการเคลียร์ใจกับคุณรักชนกภายในพรรคก็ไม่เท่ากับการเคลียร์ข้อสงสัยกับประชาชน

เรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัวระหว่าง สส.สองคน แต่เป็นเรื่องเงินภาษี 1,621 ล้านบาท

ข้อเรียกร้อง

ผมจึงเรียกร้องให้นายภาวุธดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชัดเจน

กลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบ TH-AI Passport อย่างเต็มที่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลและอธิบายการเปลี่ยนท่าทีทุกประเด็น หรือ

หากคดีส่วนตัวและภารกิจอื่นทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนประชาชนได้อย่างเต็มกำลัง ก็ควร ลาออกจากตำแหน่ง สส. เปิดทางให้บุคคลลำดับถัดไปที่พร้อมทำหน้าที่เข้ามาแทน

การลาออกไม่ใช่การยอมรับผิดในคดีอาญา แต่เป็นการรับผิดชอบต่อมาตรฐานทางการเมือง และป้องกันไม่ให้ปัญหาส่วนตัวบั่นทอนความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบรัฐบาล

พรรคประชาชนเรียกร้องมาตรฐานสูงจากนักการเมืองฝ่ายอื่นมาโดยตลอด วันนี้จึงต้องกล้าใช้มาตรฐานเดียวกันกับคนของตัวเอง

เมื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเริ่มทำให้หน้าที่เพื่อส่วนรวมลดลง

นักการเมืองต้องเลือกว่า จะรักษาเก้าอี้ของตัวเอง

หรือรักษาความไว้วางใจของประชาชน

#ภาวุธ #THAIPassport #พรรคประชาชน #รักชนกศรีนอก #ตรวจสอบงบประมาณ #เงินภาษีประชาชน #มาตรฐานทางการเมือง #รับผิดชอบต่อประชาชน #เรียกร้องให้ลาออก #พรรคประชาชน #ภาวุธพงษ์วิทยภานุ #ภาวุธ #THAIPassport #THAIPassport1600ล้าน #รักชนกศรีนอก #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #ศิริกัญญาตันสกุล #องอาจปัญญาชาติรักษ์ #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #ตรวจสอบงบประมาณ #เงินภาษีประชาชน #มาตรฐานทางการเมือง #เรียกร้องให้ลาออก #คดีForex #DSI #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้