- โฆษณา -

‘3 บอร์ด กสทช.’ แจง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เหตุบอยคอตไม่ร่วมประชุม ‘หมอสรณ’ ด้านสำนักงานฯ ยันต้องรอโปรดเกล้าฯ ถอดถอน

การเมือง13 ส.ค. 2569 • 16:50 น.
‘3 บอร์ด กสทช.’ แจง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เหตุบอยคอตไม่ร่วมประชุม ‘หมอสรณ’ ด้านสำนักงานฯ ยันต้องรอโปรดเกล้าฯ ถอดถอน

ศึกใน กสทช. ยังไม่จบ! 3 กรรมการฯ แจง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เหตุไม่ร่วมประชุมกับ ‘นพ.สรณ’ หลังคณะกรรมการสรรหามีมติพ้นตำแหน่ง หวั่นสร้างความเสียหายย้อนหลัง ขณะที่ฝ่ายกฎหมายสำนักงาน กสทช. โต้ต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนก่อน ตัดสิทธิ์เข้าร่วมไม่ได้ ด้าน ‘ลิซ่า ภคมน’ ยัน กมธ. ทำตามกฎหมาย จ้อสื่อในฐานะประชาชน ไม่ใช่ลูกน้องใคร

​วันที่ 13 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานฯ ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงกรณีคณะกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.

น.ส.ภคมน เปิดเผยว่า แม้คณะกรรมการสรรหาจะมีมติว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ แต่ นพ.สรณ ยังพยายามเข้าร่วมการประชุมบอร์ด กสทช. ส่งผลให้การประชุมหลายครั้งไม่สามารถดำเนินไปได้ จนเกิดความกังวลในสภาองค์กรของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะสุญญากาศของ กสทช. แม้นายกรัฐมนตรีจะระบุว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถอดถอนแล้วก็ตาม

พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ชี้แจงว่า ตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ (6 คน) สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ยืนยันว่าพร้อมทำงานร่วมกับกรรมการคนอื่น แต่ไม่สามารถร่วมประชุมกับ นพ.สรณ ได้ เนื่องจากมติของคณะกรรมการสรรหามีผลให้พ้นจากตำแหน่งทันที โดยกฎหมายไม่ได้ระบุว่าต้องรอพระบรมราชโองการฯ หากปล่อยให้เข้าร่วมประชุมและมีการอนุมัติเรื่องต่างๆ อาจเกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา

- โฆษณา -

ขณะที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นด้านจิตสำนึก เมื่อรับทราบว่าคุณสมบัติอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ควรร้องขอหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว เช่นเดียวกับบรรทัดฐานที่อดีตกรรมการ กสทช. เคยปฏิบัติในอดีต หากปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แล้วมีคำสั่งพ้นตำแหน่งย้อนหลัง จะเกิดความเสียหายต่อสาธารณะ เอกชน และประชาชนผู้ใช้บริการซิมโทรศัพท์กว่า 100 ล้านเบอร์ รวมถึงผู้ชมโทรทัศน์ทั่วประเทศโดยที่ไม่สามารถชดเชยได้


​ด้าน น.ส.อรดา เทพยายน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการแทนรองเลขาธิการ กสทช. และ น.ส.พรพิมล อุ่นไพร ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายเทคโนโลยีและพลังงาน ร่วมชี้แจงว่า เหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ เป็นไปตามมาตรา 20(5) วรรคสอง ซึ่งระบุว่าต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พ้นจากตำแหน่ง สำนักงานฯ จึงมองว่าต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ก่อน อีกทั้งยังมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะใหญ่และคำพิพากษาศาลฎีกายืนยัน



​น.ส.อรดา ระบุอีกว่า สำนักงานฯ จำเป็นต้องจัดประชุมและเชิญกรรมการทั้ง 7 คนตามข้อบังคับ ไม่สามารถตัดสิทธิ์คนใดคนหนึ่งได้ เรื่องนี้เป็นเพียงความเห็นของคณะกรรมการสรรหาฯ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด จึงอยากให้บันทึกความเห็นนี้ไว้
​น.ส.ภคมน ตอบโต้ว่า กมธ. พิจารณาเรื่องนี้มาแล้ว 4 ครั้งตามอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องรวมถึง นพ.สรณ และ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. มาชี้แจงหลายครั้งแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ พร้อมยืนยันว่าการแสดงความเห็นต่อสื่อมวลชนทำในฐานะประชาชน ไม่จำเป็นต้องปรึกษาสำนักงาน กสทช. เพราะไม่ได้เป็นลูกน้องใคร

​ด้าน นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวทิ้งท้ายว่า หากสำนักงาน กสทช. ยังดึงดันจัดประชุมโดยมี นพ.สรณ เข้าร่วม จนเกิดความเสียหายจากการอนุมัติโดยผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมดก็คือ รักษาการเลขาธิการ กสทช.