- โฆษณา -

สัมภาษณ์พิเศษ : “ผมทำเพื่อบ้านเมือง" เปิดใจ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" กับภารกิจปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่

การเมือง15 ส.ค. 2569 • 22:22 น.
สัมภาษณ์พิเศษ :  “ผมทำเพื่อบ้านเมือง" เปิดใจ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" กับภารกิจปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่

หมายเหตุ : "ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์รายการ "สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์" ทางช่องยูทูบ Siamrathonline ถึงแนวนโยบายของรัฐบาล เรื่องการปฏิรูประบบราชการไทย เพื่อมุ่งเน้นการแก้ปัญหา งบประมาณรายจ่ายประจำที่สูงขึ้น จนเบียดบังงบลงทุนของประเทศ

- โฆษณา -

โดยมีเป้าหมายสร้างองค์กรที่ "ขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง" ผ่านการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ภารกิจดังกล่าวให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควบคู่ไปกับการปรับลดกำลังคนโดยสมัครใจ เพื่อยกระดับการบริการประชาชนและสร้างความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว

- อะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจเดินหน้าปรับลดกำลังคนและปฏิรูปโครงสร้างราชการอย่างจริงจัง?

เราคุยกันเรื่องนี้มานานมากตั้งแต่ผมยังเด็ก ๆ แต่ที่ต้องทำวันนี้เพราะสถานการณ์งบประมาณรายจ่ายประจำมัน "เพิ่มสูงขึ้นทุกปี" ซึ่งงบส่วนนี้ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่รวมถึงสวัสดิการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่พ่วงมากับตำแหน่งแห่งหน สิ่งเหล่านี้มันพอกพูนจนไปเบียดบังงบประมาณในส่วนอื่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงบลงทุนหากเราปล่อยไว้ งบลงทุนจะไม่เพียงพอต่อการรับมือกับวิกฤตโลกอย่าง Climate Change หรือภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องใช้เงินมหาศาลในการเยียวยา

-สภาวะทางการเงินของประเทศในปัจจุบัน ทำให้ต้องปฏิรูปอย่างไร?

ปัจจุบันงบรายจ่ายประจำของเราสูงถึง 70-73% ของงบประมาณทั้งหมด ขณะที่หนี้สาธารณะก็ใกล้จะชนเพดาน แม้จะขยับเพดานหนี้ได้แต่จะกระทบต่อเครดิตและต้นทุนทางการเงินของประเทศ เราต้องยอมรับความจริงกับประชาชนว่า เราทำกันแบบเดิม ๆ เนี่ย ลูก หลานเราจะอยู่อย่างไร เพราะงบประมาณที่มีอยู่มันไม่เพียงพอที่จะอยู่กันแบบเดิมได้อีกต่อไป

- รัฐบาลใช้แนวคิดหรือโมเดลไหนมาเป็นต้นแบบในการปฏิรูปครั้งนี้?

เราอ้างอิงโมเดล New Public Management ที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ทำสำเร็จมาแล้ว เพื่อเปลี่ยนราชการให้มี "ขนาดเล็ก มีประสิทธิภาพสูง" โดยมีเป้าหมายที่ท้าทายคือการลดงบรายจ่ายประจำจาก 70-73% ให้ลงมาอยู่ที่ประมาณ 30% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD

-ประเทศอื่น ๆ มีการปรับตัวในลักษณะนี้อย่างไรบ้าง?

ภาคเอกชนเขาทำเรื่องนี้อย่างจริงจังมานานแล้ว โดยเฉพาะหลังโควิดที่มีการ Layoff เพื่อลดขนาดองค์กร ในระดับประเทศอย่างเวียดนามก็ประกาศลดขนาดขนานใหญ่ไปเมื่อต้นปี หรือนิวซีแลนด์ที่ Lean อยู่แล้วก็ยังต้อง Lean ลงไปอีกเนื่องจากพิษเศรษฐกิจโลก

- การลดคนจะทำให้งานสะดุดหรือไม่ และเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยได้อย่างไร?

หัวใจสำคัญคือ Technology Adoption หากเรานำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วย Lean กระบวนการทำงานได้มาก ผมเคยทดลองที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตอนเป็นเลขาธิการ โดย ลดกระบวนงานการทำงานจาก 170 กว่ากระบวนงาน เหลือประมาณไม่ถึง 70 กระบวนงาน และเปลี่ยนมาใช้ระบบ Digital ทั้งหมด ทำให้งานรวดเร็วขึ้นและใช้คนน้อยลง

-ผลลัพธ์จากการนำระบบ Work from Anywhere มาใช้ในหน่วยงานราชการเป็นอย่างไร?

ที่กฤษฎีกายังคง Work from Anywhere 100% มาจนถึงปัจจุบัน ผลจากการสำรวจพบว่าเจ้าหน้าที่กว่า 300 จาก 400 คนมีความสุขมากเพราะมี Work Life Balance มีเวลาดูแลครอบครัวและประหยัดค่าเดินทาง ที่สำคัญคือประสิทธิภาพงานไม่ลดลง เพราะเราเตรียม Database ที่เป็น Machine Readable และใช้ AI เข้ามาช่วยสังเคราะห์ข้อมูล เช่น การวิเคราะห์ตราสารของ OECD 250 กว่าฉบับเพื่อเสนอ ครม.

-รัฐบาลมีวิธีการอย่างไรในการลดจำนวนข้าราชการโดยไม่ให้เกิดแรงต้าน?

เรายึดหลัก Voluntary Basis หรือ "ความสมัครใจ" ไม่ใช่การบังคับไล่ออก โดยจะมีโครงการ Early Retire ที่ให้ค่าตอบแทนพิเศษประมาณ 12-15 เดือนเพื่อไปตั้งตัวและได้รับการยกเว้นภาษี ควบคู่ไปกับมาตรการ "ไม่เพิ่มอัตรากำลังใหม่" เมื่อมีคนเกษียณ ลาออก หรือตำแหน่งว่างลง ตำแหน่งนั้นจะถูกยุบไปเรื่อย ๆ

-มีความกังวลว่า หากมีการเออรี่ รีไทร์ "คนเก่งจะออกไปหมด" มองเรื่องนี้อย่างไร?

ผมไม่เชื่อตรรกะที่ว่าคนอายุ 50 กว่าจะทำงานไม่ได้ถ้าคนอายุ 40 ออกไป ผมมักจะถามแรง ๆ ว่า "ทำไมเป็นหัวหน้าแล้วทำงานเองไม่เป็นเหรอ... ทำไมคุณต้องรอทุกคนชงมาให้" ผู้บริหารต้องทำงานเองเป็น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ "คนเซ็น" อย่างเดียว หากไม่มีลูกน้องแล้วทำงานไม่ได้ ก็หมายความว่าคุณไม่มีประสิทธิภาพ

- ประชาชนทั่วไปจะได้ประโยชน์อะไรจากการปรับลดขนาดราชการครั้งนี้?

ประชาชนจะได้บริการที่เป็น Online Service และมีความรวดเร็วขึ้น รัฐบาลกำลังผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Integration) เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องลงทะเบียนซ้ำซ้อน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องลงแล้วลงอีกเพราะขาดการเชื่อมข้อมูล นอกจากนี้ งบประมาณที่ประหยัดได้จะถูกนำไปพัฒนาประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงมากขึ้น

-การปฏิรูปครั้งนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร?

เป้าหมายหนึ่งคือการสร้าง New Economy โดยเปลี่ยนข้าราชการที่ออกไปให้กลายเป็น "ผู้ประกอบการรายใหม่" เพราะคนรุ่นใหม่ปัจจุบันไม่ได้อยากทำงานรูทีนเพื่อรอรับบำนาญ แต่ต้องการความท้าทาย เราเห็นคนลาออกจากราชการไปทำธุรกิจใน TikTok หรือทำ Startup เยอะมาก

- การปฏิรูประบบราชการจะช่วยลดปัญหาการทุจริตได้อย่างไร?

การใช้เทคโนโลยีจะสร้าง Digital Footprint ที่ตรวจสอบได้ง่าย เช่น การออกใบอนุญาตพืนที่ปัจจุบันเป็นกระดาษและไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้ไม่รู้ว่าใครครอบครองเท่าไหร่ หรือเสียภาษีถูกต้องไหม นอกจากนี้เรายังมีนโยบาย Open Government โดยจะนำข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดขึ้นเว็บเพื่อให้ประชาชนช่วยตรวจสอบ เพื่อให้การกำหนดนโยบายในอนาคตเป็นแบบ Scientific Base ที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่การจินตนาการเอาเอง

- รู้สึกอย่างไรกับแรงต้านและโจทย์ที่ยากขนาดนี้ รู้สึกเหนื่อยหรือไม่ ?

เหนื่อยไหม เหนื่อย ท้อไหม ก็ท้อ ห้ามท้อ ท้อไม่ได้ เหนื่อยก็บ่นไม่ได้ ผมไม่ได้ทำเพื่อการเมือง แต่ทำเพื่อบ้านเมือง ภารกิจนี้คือภารกิจสุดท้ายก่อนที่ผมจะเกษียณไปอยู่บ้านนอก ไปช่วยภรรยาปั้นขนมเปี๊ยะ ผมอยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่แล้วบ่นกันไปวัน ๆ หากสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์ก็ขอให้สืบทอดต่อกันไปครับ