- โฆษณา -

สภาฯ เปิดถก พ.ร.ก.กู้เงินพลังงาน 4 แสนล้าน “อนุทิน” ย้ำทางเลือกสุดท้าย “กรวีร์” ดักคอฝ่ายค้าน ไม่ใช่เวทีซักฟอก

การเมือง26 ส.ค. 2569 • 16:16 น.
สภาฯ เปิดถก พ.ร.ก.กู้เงินพลังงาน 4 แสนล้าน “อนุทิน” ย้ำทางเลือกสุดท้าย “กรวีร์” ดักคอฝ่ายค้าน ไม่ใช่เวทีซักฟอก

สภาฯจัดสรรเวลา 13 ชม. พิจารณาร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้พฤติกรรมวิกฤตและเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้าน "อนุทิน" แจงงบกลางตึงตัว ยืนยันใช้กลไก 5T คุมเข้มความโปร่งใส หนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ด้าน "กรวีร์" ดักคอฝ่ายค้านกลางสภาฯ ย้ำชัดการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วันนี้ ไม่ใช่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือร่างงบประมาณปี 70 วอนทุกฝ่ายคุมประเด็นให้กระชับ ให้เวลาฝ่ายค้านเต็มที่ 8 ชม.

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.19 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า กรอบเวลาในการอภิปรายว่าวันนี้ จะใช้เวลา 13 ชั่วโมง โดยให้ เวลาฝ่ายค้าน ในการอภิปรายซักถาม อย่างเต็มที่ 8 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรี 3 ชั่วโมง สส. พรรคร่วมรัฐบาล 1 ชั่วโมง และ ประธานสภาฯ 1 ชั่วโมง และ จากการหารือกับ ประธานวิปฝ่ายค้าน หากมีประเด็นซักถามมาก รัฐมนตรีก็อาจจะใช้เวลาในการชี้แจงมาก ก็สามารถยืดหยุยเวลาได้

- โฆษณา -

นายกรวีร์ ย้ำว่า วันนี้ เป็นการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่ใช่ งบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และไม่ใช่เวทีซ้อมใหญ่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น ขอความร่วมมือ สส. ให้ควบคุมประเด็น ในการอภิปรายเพื่ิอไม่ให้เสียเวลาของสภาฯ เพราะหากออกนอกประเด็น อาจมี สส. ประท้วงทำให้เสียเวลา

จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า แหล่งเงินและเครื่องมือทางการคลังปกติในปัจจุบันไม่เพียงพอและไม่ทันต่อสถานการณ์ โดยงบกลางปี 2569 วงเงิน 99,000 ล้านบาท ได้ถูกใช้ไปกับภารกิจเร่งด่วนทั้งภัยพิบัติและความมั่นคงชายแดนไปเกือบหมดแล้ว ขณะที่มีความต้องการใช้จ่ายเพิ่มเติมราว 140,000 ล้านบาท ซึ่งแม้จะรวมเงินทุนสำรองจ่ายอีก 50,000 ล้านบาทก็ยังไม่เพียงพอ ประกอบกับงบประมาณปี 2569 มีการเบิกจ่ายไปแล้วราวร้อยละ 72 และการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน ส่วนวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลเหลือเพียงประมาณ 17,000 ล้านบาทเท่านั้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 200,000 ล้านบาทแรก ใช้สำหรับช่วยเหลือ เยียวยาประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และ 200,000 ล้านบาทหลัง: ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาทักษะและนวัตกรรมด้านพลังงาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า การกู้เงินครั้งนี้ถือเป็น "ทางเลือกสุดท้าย" หลังจากพยายามบริหารจัดการงบประมาณภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะไม่เกินร้อยละ 70 พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะใช้กลไกการกลั่นกรองโครงการภายใต้หลัก 5T ได้แก่ Target (ตรงจุด), Transition (เร่งเปลี่ยนผ่าน), Transformation (ปรับโครงสร้าง), Transparent (โปร่งใสตรวจสอบได้) และ Together (ขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน) เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าสูงสุดและช่วยลดความเปราะบางด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว