- โฆษณา -

“ปชป.” ประกาศคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “กรณ์” ซัดแก้ไม่ตรงจุด หวั่นหนี้พุ่งทะลุเพดาน 70%

การเมือง26 ส.ค. 2569 • 16:16 น.
“ปชป.” ประกาศคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “กรณ์” ซัดแก้ไม่ตรงจุด หวั่นหนี้พุ่งทะลุเพดาน 70%

"กรณ์ จาติกวณิช" นำทีม ปชป. และฝ่ายค้านเตรียมโหวตคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เป้าโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านหลังทำจริงไม่ได้ แบกต้นทุนดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น พร้อมเตือนสัดส่วนหนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% ของ GDP

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.19 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานสภาฯ มีการพิจารณาวาระเรื่องด่วน ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ต่อมานายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตน สส.พรรคประชาธิปัตย์ และ สส.ฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาหลัก 4 ประการ ได้แก่ เศรษฐกิจโตช้า ปัญหาโครงสร้างจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด รายได้ประชาชนลดลง และค่าครองชีพที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะเห็นด้วยว่าราคาน้ำมันมีส่วนสร้างปัญหา และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐบาลมีอำนาจออก พ.ร.ก. ได้ แต่การกู้เงินมาแจกเป็นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจชั่ววูบ ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาโครงสร้างระยะยาวให้แก่ประชาชน

- โฆษณา -

นายกรณ์ กลาวต่อว่า สำหรับโครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ 500,000 ถึง 1,000,000 ครัวเรือน นายกรณ์ ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้จริง โดยเปิดเผยสถิติการติดตั้งที่ผ่านมาว่า ปี 2568 ทั้งประเทศติดตั้งได้เพียง 100,000 ครัวเรือน ปี 2569 คาดการณ์ว่าจะติดตั้งได้ 140,000 ครัวเรือน ปี 2570 ประเมินแบบก้าวกระโดดก็ทำได้ราว 200,000 ครัวเรือน สถิติดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลจะทำได้ไม่ถึงครึ่งของเป้าหมายขั้นต่ำ และคิดเป็นเพียง 1 ใน 5 ของเป้าหมายสูงสุดที่ 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี จึงจะบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น เมื่อระยะเวลาดำเนินการจริงยาวนาน จึงไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบกู้เงินทั้งก้อนมากองไว้ภายในเงื่อนไข พ.ร.ก. ที่ต้องกู้ให้เสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่มภาระดอกเบี้ยให้ประเทศโดยไม่จำเป็น

นายกรณ์ ยังเตือนถึงวิกฤตความมั่นคงทางการคลัง โดยระบุว่าปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงถึงร้อยละ 67 แล้ว เมื่อรวมกับการกู้ชดเชยการขาดดุลปี 2569 ที่เหลือ งบประมาณปี 2570 อีก 800,000 ล้านบาท และ พ.ร.ก. ฉบับนี้อีก 400,000 ล้านบาท จะส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 1.8 - 1.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP ภายในปีเดียว ซึ่งจะทำให้เพดานหนี้สาธารณะที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 พังลงทันที และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงงบประมาณปี 2571 ที่จะไม่เหลือกรอบการกู้เงินเพื่อการลงทุนร้อยละ 20 ตามกฎหมาย

"สภาฯ ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน คำตอบของผมชัดเจนว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ใช่คำตอบ" นายกรณ์ กล่าว