“กกต.” งัด พ.ร.ป. สู้กลับ "ไอลอว์-ไอติม" ชี้เปิดสำนวนฮั้ว สว. ผิดกฎหมาย จับตา "อดีตรมต." หลังดีเอสไอพบเบาะแสข้อมูลหลุด
“สำนักงาน กกต.” ยก พ.ร.ป.กกต. มาตรา 41 เตือน ‘ไอลอว์-พรรคประชาชน’ ชี้การเปิดเผยสำนวนสอบสวนคดีฮั้ว สว. คณะที่ 26 เข้าข่ายผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี พร้อมจับตา ‘อดีตรัฐมนตรี’ ยุคก่อน หลังดีเอสไอพบเบาะแสเป็นผู้ส่งข้อมูลให้
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 จากกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารไอลอว์ (iLaw) ร่วมกับ พรรคประชาชน อดีตผู้สมัคร สว. และนักวิชาการ จัดกิจกรรมเปิดเผยข้อมูลการฮั้วเลือกตั้ง สว. โดยอ้างอิงรายงานของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ที่เสนอให้ฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 229 ราย พร้อมขู่ว่าจะเปิดเผยสำนวนที่ กกต. ไม่สั่งฟ้องทั้งหมดต่อสาธารณะ ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าเอกสารดังกล่าวเป็นรายงานการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ซึ่งหลุดออกไปตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีคนก่อน และดีเอสไอได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่กองปราบปรามแล้วนั้น
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการพิจารณาข้อกฎหมายตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 หมวด 2 มาตรา 41 วรรคสาม ซึ่งระบุชัดเจนว่า
"ห้ามมิให้บุคคลใดเปิดเผยข้อมูลอันทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้แจ้ง รวมทั้งข้อมูลข่าวสารที่ได้มาเนื่องจากการดำเนินการตามมาตรานี้... เว้นแต่เป็นการเปิดเผยข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจ หรือตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล"
การที่กลุ่มอดีตผู้สมัคร สว., สว.สำรอง, ไอลอว์ และพรรคฝ่ายค้าน นำข้อมูลและเอกสารในสำนวนการสืบสวนออกมาระบุตัวตนหรือนำเสนอผ่านรายการสื่อต่างๆ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จึงสุ่มเสี่ยงที่จะกระทำความผิดตามมาตราดังกล่าวอย่างชัดเจน
สำหรับบทลงโทษของผู้ฝ่าฝืนมาตรา 41 วรรคสาม ถูกกำหนดไว้ใน มาตรา 68 ระบุว่า บุคคลทั่วไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรรมการ/เจ้าหน้าที่ กกต. หากผู้กระทำความผิดเป็น กรรมการ, เลขาธิการ, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า ของโทษที่กำหนดไว้
รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่นายยิ่งชีพนำมาเปิดเผยนั้น มีเบาะแสว่าอาจได้รับมาจาก "อดีตรัฐมนตรีบางราย" ที่เคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลช่วงปี 2566–2568 ซึ่งขณะนี้ทีมสอบสวนของ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการหลุดของเอกสารอย่างเข้มข้น และหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที เพื่อรักษาชั้นความลับในการสอบสวนคดีอาญา
ทั้งนี้ คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ดังกล่าว เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังระหว่าง กกต. และ ดีเอสไอ ซึ่งได้รับการอนุมัติให้เป็นคดีพิเศษฐานฟอกเงินตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 โดยคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดและเสนอให้ส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องรวม 229 ราย ซึ่งต้องติดตามการชี้แจงจากทางไอลอว์และอดีตรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงต่อไป